โรงงานน้ำแข็งวังทิพย์อ.บางกระทุ่มติดโซลาร์เซลล์ สู้ค่าไฟแพงประหยัดได้หลักแสนต่อเดือน

พิษณุโลก  ท่ามกลางอากาศร้อนจัดและค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูง โรงงานน้ำแข็งหลายแห่งต้องเร่งหาทางลดต้นทุน ล่าสุด โรงงานน้ำแข็งวังทิพย์ จ.พิษณุโลก ตัดสินใจลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ หวังลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงถึงหลักล้านบาทต่อเดือน เพื่อประคองธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสู่พลังงานสะอาด สอดรับนโยบายรัฐ ช่วยประหยัดค่าไฟได้หลักแสนต่อเดือน

วันที่ 3 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงายว่า จ.พิษณุโลกในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด ค่าไฟก็พุ่งสูงลิ่ว หลายธุรกิจได้รับผลกระทบเต็ม ๆ โดยเฉพาะโรงงานน้ำแข็งที่ต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ล่าสุด “โรงงานน้ำแข็งวังทิพย์” ต.โคกสลุด อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงาน เพื่อลดภาระค่าไฟที่สูงกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อประคองธุรกิจ คาดว่าโซลาร์เซลล์จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าหนึ่งแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

นายชะลอ มั่นมาตย์ เจ้าของโรงงานน้ำแข็งวังทิพย์ บอกว่า โรงงานน้ำแข็งของตน เป็นโรงน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ส่งน้ำแข็งให้กับในพื้นที่ จ.พิจิตร จ.กำแพงเพชร จ.เพชรบูรณ์ และ จ.พิษณุโลก โดยต่อวันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 100 ตัน สำหรับน้ำแข็งหลอด และน้ำแข็งซองอีกประมาณ 1-2 พันซอง ขายส่งราคากิโลกรัมละ 1.50 บาท และขายปลีกในราคากิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งในแต่ละเดือน ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงมาก เพราะเครื่องผลิตน้ำแข็งต้องเดินตลอด 24 ชม. วันหนึ่งใช้ไฟไม่น้อย ทำให้แต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้ากว่า 1ล้านบาท พอค่าไฟแพงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเป็นภาระหนัก ธุรกิจต้องหาทางลดต้นทุนเพื่อความอยู่รอดในอนาคต

นายชะลอ มั่นมาตย์ เจ้าของโรงงานน้ำแข็งวังทิพย์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อก่อนเรายังพอรับมือไหว แต่ช่วงหลังค่าไฟแพงขึ้นเยอะ เราเลยมองหาทางออก จนพบว่าโซลาร์เซลล์เป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ ทั้งลดค่าใช้จ่าย และยังเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยสิ่งแวดล้อมไปในตัว อีกอย่างคือค่าไฟฟ้าที่เราจ่ายต่อเดือนเราเสียไปเปล่าๆ เลย ที่ว่าเดือนละ แสนกว่าบาท แต่โซล่าเซลล์ ถึงจะลงทุนในครั้งแรกค่อนข้างสูงหน่อย แต่ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ก็จะคืนทุนสำหรับค่าติดตั้ง ประกอบกับการดูแลรักษาไม่ยาก และมีอายุการใช้งานยาวนาน ยอมรับว่าแต่ก่อนเราก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องพลังงานสะอาดมากนัก คิดแค่เรื่องลดค่าไฟเป็นหลัก แต่พอศึกษามากขึ้นก็เห็นว่ามันมีข้อดีหลายอย่าง นอกจากช่วยธุรกิจเราเอง ยังช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิล และลดโลกร้อนได้ด้วย

ด้านนายณัฏฐชัย อักษรดิษฐ ประธานกรรมการบริษัท ดอทเทค โซร์ล่าร์เซลล์ จำกัด ได้กล่าวว่า กระแสโซลาร์เซลล์ช่วงแรกที่เข้ามาบูมในเมืองไทยใหม่ๆ ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 4 ปี 7 เดือน แต่สำหรับตอนนี้เพียง 3 ปีต้นๆ ก็คุ้มทุนแล้ว อย่างเช่น โปรเจคที่โรงงานน้ำแข็งวังทิพย์เลือกใช้ระบบโซลาร์เซลล์แบบออนกริด (On-Grid) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถใช้ไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้โดยตรงในเวลากลางวัน ช่วยลดปริมาณการใช้ไฟจากการไฟฟ้า โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด 330 แผง กำลังผลิตรวม 183.15 กิโลวัตต์ มูลค่าการติดตั้งทั้งระบบประมาณ 3 ล้านกว่า ซึ่งปกติแล้วตอนไม่ติดระบบโซลาร์เซลล์ ทางโรงน้ำแข็งต้องเสียค่าไฟฟ้าต่อเดือนอยู่ที่เดือนละ 1-1.5 ล้านบาท แต่เมื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ตัวนี้แล้วเสร็จจะสามารถลดค่าไฟฟ้าไปได้ถึงเดือนละกว่า 1 แสนบาท ซึ่งใช้เวลาคุ้มทุนประมาณ 3 ปีกว่าต้นๆ และอายุของอุปกรณ์ ไม่ว่าระเป็นแผงโซลาร์เซลล์ หรือระบบอินเวอร์เตอร์ มีอายุการใช้งานถึง 20-25 ปี นายณัฏฐชัย อักษรดิษฐ กล่าวต่ออีกว่า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปไกล โซลาร์เซลล์ไม่ได้แพงเหมือนแต่ก่อน การลงทุนติดตั้งครั้งนี้ถือว่าคุ้ม เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือนแรกที่ใช้งาน และในระยะยาวก็คุ้มค่ามาก เพราะอุปกรณ์มีอายุการใช้งานนานหลายสิบปี มีการรับประกันคุณภาพงานติดตั้ง 2 ปี แผงโซลาร์เซลล์รับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้านาน 25 ปี และอินเวอร์เตอร์รับประกันตามมาตรฐานผู้ผลิต ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว

นอกจากช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าแล้ว การใช้โซลาร์เซลล์ยังเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดมลพิษ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบัน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้จริง โดยเฉพาะในธุรกิจที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสูง เช่น โรงงานผลิต โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า

สำหรับใครที่ทำธุรกิจแล้วเจอปัญหาค่าไฟแพง ลองพิจารณาโซลาร์เซลล์ดู ลงทุนครั้งเดียวแต่ช่วยประหยัดไปอีกหลายปี และยังช่วยให้ธุรกิจแข่งขันได้ดีขึ้นด้วย สามารถติดต่อปรึกษาหรือขอข้อมูลคำแนะนำได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-5673711

/////////

 

แสดงความคิดเห็น