ยาย 70 ปี โร่แจ้งตำรวจถูกข่มขู่หลังร้องเรียนนายทุนใช้ตึกเลี้ยงนกนางแอ่นรบกวนชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.63 นางปราณี พงษ์ตระกูล อายุ 70 ปี เจ้าของอาคารเลขที่ 37/172 ซอยสีฟ้า  ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าว ว่า  ได้แจ้งกับ พงส. ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.มืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องที่ตนเองเองตึกแถวที่ตนพักอาศัยอยู่  ต่อมามีนายทุนจากใต้มาซื้อตึกติดกับผู้ตนเอง  และได้ใช้ตึกเลี้ยงนกนางแอ่น  ซึ่งอยู่ภายในซอยสีฟ้า สร้างความเดือดร้อนให้กับตนและผู้ที่อยู่อาศัยในซอย ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งเสียงนกร้องทั้งวันทั้งคืน และมูลนกนางปราณี พงษ์ตระกูล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.63 ชาวบ้านซอยสีฟ้า ถนนเอกาทศรถ และชุมชนย่านถนนบรมไตรโลกนาถ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลกว่า มีนายทุนมากว้านซื้ออาคารพาณิชย์หลายคูหา โดยต่อเติมอาคารจัดทำเป็นรังนกนางแอ่น เพื่อการค้า สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยห้องติดกัน รวมทั้งห้องพักบริเวณดังกล่าว จึงหวั่นเกรงว่า จะเกิดโรคติดต่อไข้หวัดนก ไข้สมองอักเสบ และไวรัสโควิด-19  เพื่อให้ย้ายนกนางแอ่นออกจากตึกไปเลี้ยงที่อื่น ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 12 พ.ย.2563 ได้มีผู้ชาย ผู้หญิง ประมาณ กว่า 10 คน ตระโกนข่มขู่ไม่ให้ไล่นกที่เลี้ยงเอาไว้ จนเกิดความกลัว และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงมาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานนางปราณี พษ์ตระกูล กล่าวอีกว่า ตนเองเคยเป็นครูสอนที่โรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ส่วนสามีเป็นอดีตนายทหารยศ พันเอก แต่ปัจจุบันทั้งตนเอง และสามีป่วยเป็นมะเร็งทั้งคู่  ทำให้มีสุขภาพร่างกายและจิตไม่ดี เพราะตลอดเวลาจะมีเสียงเรียกนกดังทั้งวัน  ผู้ที่อาศัยข้างเคียงเดือดร้อนกันไปหมด โดยในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 เป็นต้นไปจนถึงค่ำนกนางแอ่นจะบินเข้าไปในตึกเป็นจำนวนมาก ส่งเสียงดังไปทั่วบริเวณ  ทางหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรให้ประชาชนได้ เพราะยังมีการเลี้ยงนกนางแอ่นอยู่ทุกวันนี้ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มีคำสั่งมอบหมายให้ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานกรรมการตรวจสอบแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งในทางกฎหมายรัฐบาลได้เปิดให้สัมปทานรังนกในถ้ำแต่สำหรับบ้านนกยังไม่มีกฎหมายรองรับ โดยเฉพาะกลางชุมชนหนาแน่นที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก ส่วน พ.ร.บ.สาธารณสุข มีการควบคุมระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญประชาชนต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เทศบาลนครพิษณุโลก ได้นำป้ายประกาศมาติดบริเวณด้านหน้าอาคารพาณิชย์ จำนวน 2 คูหาภายในซอยสีฟ้า คือ อาคารเลขที่ 37/171 และอาคารเลขที่ 37/149 มีข้อความระบุว่า “ห้ามใช้อาคาร”  ซึ่งอาจเป็นภยันตรายตามมาตรา 40 วรรคหนึ่งหรือมาตรา 41 วรรคหนึ่ง กรณีก่อสร้างดัดแปลงเคลื่อนย้าย หรือรื้อถอนอาคาร พร้อมทั้งนำเอกสารคำสั่งมาปิดไว้หน้าอาคารอีกด้วย  หลังจากเจ้าหน้าที่เทศบาลนครพิษณุโลก นำป้ายและเอกสาร มาติดประกาศไว้ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่าน แต่นายทุนเจ้าของตึกเลขที่ 57-58-59 ถนนบรมไตร ได้ฝ่าฝืนเข้าไปภายใน และดึงหนังคำสั่งของทางเทศบาลนครทิ้ง พร้อมมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งด้านที่นกเข้ารัง และรวมทั้งด้านหน้า เพื่อดูความเคลื่อนผู้ที่จะมารบกวนนกนางแอ่น ตลอดจนติดตั้งระบบเสียงเรียกนก ระบบอัตโนมัติ คาดว่าถูกควบคุมโดยรีโมทคอนโทรลระบบอัตโนมัติ ที่มีเสียงเรียกดังตลอดทั้งวันด้าน นายอธิปไตย ไกรราช ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังจากการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนย่านซอยสีฟ้า ถนนเอกาทศรถ และย่านถนนบรมไตรโลกนารถ อีก 3 คูหา ผู้ว่าราชการการจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบแก้ไขเรื่องร้องเรียนให้เป็นไปตามกฎหมายแล้ว ในส่วนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อให้ผู้ประกอบการ รังนกนางแอ่น ปรับปรุงแก้ไข 3 ประเด็น 1.เรื่องส่งกลิ่นเหม็น 2.เสียงลำโพงเรียกนกเข้ารัง และ3.เสียงของนกนายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก และประธานคณะกรรมการตรวจสอบแก้ไขเรื่องร้องเรียน กล่าวว่า ซึ่งจะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการฯ โดยเฉพาะ เทศบาลนครในฐานะ รูปมีหน้าที่ปฏิบัติหลังจากได้ทำหนังสือไปยังเจ้าของอาคารพาณิชย์ ให้มาปรับปรุงแก้ไข โดยมีกำหนดระยะเวลา 30 วัน เมื่อพ้นกำหนด หากเจ้าของอาคารดังกล่าว ไม่ดำเนินการจะสั่งการให้เทศบาลฯแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

แสดงความคิดเห็น