ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอนจบ ต้องยึดถือมั่นในคำปฏิญาณ 7 ข้อ โดยเสือ ภูลมโล
ปลายปีพ.ศ.2525หรือต้นปี 2526 หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์ที่ภูหินร่องกล้าได้ล้มเลิกมาปฏิบัติตามคำสั่งที่ 66/2523 ให้มวลชนลงจากเขารับที่ทำกินแล้ว เพื่อเตรียมการจัดตั้งภูหินร่องกล้าให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นทางผบ.พตท.33ต้องการเคลียร์พื้นที่ว่ายังมีกลุ่มติดอาวุธหลงเหลืออยู่หรือไม่ จึงมีการเปิดการฝึกร่วมคือหลักสูตร นทล.(หน่วยทหารขนาดเล็ก) จะมีทหารม้า ทหารพราน ตำรวจ และอสจ.(อาสาจังหวัด)ที่เป็นหน่วยขึ้นตรงของพตท.33 มารวมกัน หน่วยละ 1 ชุดปฏิบัติการ รวมกำลังทั้งหมด 100 นาย ส่วนชุดผมชุดทหารพราน หัวหน้าชุดผมคือ จ่าสิบเอก ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าชุด ระยะการฝึกหลักสูตรนี้หนึ่งเดือนหลักการฝึกคือการลาดตระเวนหาข่าว และปะทะหน้าปะทะหลัง รวมถึงการเข้าตี ส่วนอาทิตย์สุดท้ายของการฝึก คือการเข้าสู่พื้นที่จริง นั่นคือภูหินร่องกล้า หน่วย นทล.เราได้รับการแบ่งกำลังออกเป็นสองสาย แต่ละสายมีพลนำทางซึ่งเป็นชาวม้งอดีตทหารของ พคท.ทั้งหมดที่มอบตัวก่อน รถจีเอ็มซีลำเลียงพลจำนวน 4 คันล้อหมุนออกจากพตท.33 ในตอนเช้าของวันนั้น ทีมที่ 1 มุ่งหน้าขึ้นร่องกล้าทางด้านอำเภอด่านซ้าย ส่วนทีมที่ 2 ซึ้งมีชุดของผมอยู่ด้วย ขึ้นร่องกล้าทางด้านบ้านเข็กน้อย ปัจจุบันเป็นอำเภอเขาค้อ แต่ละทีมมีกำลังประมาณ 60 นาย รวมครูฝึกในหลักสูตรนี้ต้องขึ้นด้วย ทั้ง 2 ทีม จุดนัดพบอยู่ที่ร่องกล้าใหญ่คือลานหินแตก ตามกำหนดการ 5 วันให้ไปถึงจุดนัดพบ
ทีมของผมเริ่มเดินเท้าจากบ้านเข็กน้อยมีนายทหารยศร้อยโทเป็นหัวหน้าทีมแต่ละทีม ทีมเราเดินกันมาตามเส้นทางไปทำไร่ของชาวม้งบ้านเข็กน้อย สวนทางกับชาวบ้านที่กลับจากไร่เป็นระยะเพราะตกเย็นแล้ว ส่วนหัวหน้าชุดผมคือจ่าสิบเอก ที่แต่งตั้งผมเป็นรองประจำชุด ทั้งทีมมี 4 ชุด จะจัดเหมือนกันหมด แต่ก็เรียกได้ว่าหัวหน้าชุดผมเป็นตัวตลกประจำทีมเลยตั้งแต่ตอนฝึกอยู่ที่สนามฝึกแล้ว เย็นวันนั้นเราเดินมาถึงลำน้ำเข็กน้อยก่อนขึ้นเขา มีชาวบ้านคนไทยพื้นราบจากที่อื่นไปนอนทำไร่อยู่ก่อนขึ้นเขา 4ครอบครัว เราเดินผ่านห้างที่พักเขาไป แต่ก็เส้นทางที่ต้องไปต้องก้าวข้ามก้อนหินที่ลำน้ำเข็ก ในตอนนั้นมีผู้หญิงชาวไร่เธอนั่งซักผ้าบนก้อนหินที่น้ำไหลถัดไปด้านบน เธอใส่กางเกงขาสั้น เสื้อคอกลม แต่เธอก็เห็นพวกเราแล้ว เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่ เขานั่งหันหลังซักผ้ามาทางทีมเรา แต่ชายเสื้อของเธอด้านหลังสูงค้างอยู่ทีหลังส่วนกางเกงก็ต่ำลงประกอบกับเธอเป็นคนผิวขาวด้วย แต่ด้วยมารญาติแล้วก็ไม่มีทหารคนไหนจ้องหลอกนะ แต่ก็เห็นแน่นอนครับ ในขณะที่กำลังข้ามก้อนหินไปเป็นแถวมีหัวหน้าชุดผมไปเหยียบก้อนหินลื่นตกน้ำ เปียกทั้งปืนเปียกทั้งเป้ทั้งตัวเลย ผมให้ลูกชุดที่อยู่ใกล้ช่วยกันดึงขึ้น ในที่สุดทหารทั้งทีมก็เข้าใจว่าหัวหน้าชุดผม มัวไปมองเอวเมียชาวบ้านเขาจนทำให้ตัวเองตกน้ำ ก็เลยต้องสร้างความขบขันไปทั้งทีมอีกหลายวัน พวกผมทั้งชุด 11 นาย ที่เป็นลูกน้องของแก่โดยตรงไม่กล้าจะหัวเราะเก็บหัวเราะอย่างกันอย่างเต็มที่เพราะกลัวแก่ด่า เพราะเริ่มมองหน้าลูกน้องแล้ว แต่ดูเหมือนจะเกรงใจผมอยู่บ้าง แต่ก็มีเสียงบ่นเบาๆพรึมพรำพรำพรำ ซักพักใหญ่ดูเหมือนหัวหน้าผมใจดีแล้ว แก่ก็คุยกับลูกน้องที่อยู่ใกล้พากัน วิภาควิจารความขาวความใหญ่ของหญิงชาวไร่คนที่ซักผ้าจริงๆด้วย โดยไม่ได้สนใจว่าวินัย ในแถวลาดตระเวนจะต้องเงียบ สมกับเป็นตัวตลกในรุ่นนักเรียน นทล.จริงๆ แต่ทุกคนก็ยอมรับแก่แล้ว อีกข้างหน้ามีชาวม้งกลับจากไร่เดินสวนมาอีกสองคนผัวเมีย แต่คนเป็นผัวนำหมูกลับบ้านมาด้วยเป็นหมูม้งสีดำแข็งแรงไม่อุ้ยอ้าย แต่แปลกอยู่ที่ว่าม้งเอาเชือกฟางมัดขาหลังของหมูแล้วก็ไล่หมูวิ่งนำหน้าไปตามทาง แต่หมูบ้านเราต้องเอาเชือกมัดคอแล้วก็สามคนสี่คนทั้งลากทั้งดันแทบไม่ไหวนะ ในที่สุดหัวหน้าชุดผมเอาอีกแล้ว เสียงแก่หัวเราะขึ้น แอ็กแอ็กแอ็ก แล้วก็หันกลับมาเรียกผม รองรอง ดูซินั่นนั่น.. ทั้งหัวหน้าทีมทั้งหมดก็อดขำแก่ไม่ได้ เพราะตัวของแก่ก็ยังเปียกน้ำยังไม่แห้งก็ยังมีการขำเรื่องอื่นอีก
จากนั้น เวลา 18.00 น.แล้ว เรายังไม่ได้ขึ้นเขา ไปถึงเพียงตีนเขาก็ใกล้มืด บริเวณนั้นเป็นป่าหญ้าคาสูงแค่เหนือเข่า หัวหน้าทีมให้สัญญาณหยุดพักกินข้าวมื้อเย็นตรงนั้น และสั่งให้จัดขบวนเป็นวงกลมทิ้งระยะห่างพอประมาณ คือจะต้องนอนตรงนั้นคืนนี้ ทีมเราจะกระจายกำลังตอนกินข้าวหากเป็นกลุ่มมันอันตรายเกินไป จากนั้นเวลาประมาณสามทุ่มมีเสียงกระซิบต่อๆมา ให้ทุกคนเก็บสัมภาระพร้อมเดินทางและไม่มีการใช้แสงใช้เสียงโดยเด็ดขาด แล้วก็เดินตามกันไปติดๆเพราะมืด แต่หัวหน้าทีมประจำอยู่ชุดแรก ที่นำหน้า เราเดินออกจากที่นั่งกินข้าวเมื่อตอนเย็น ขึ้นเขามาได้ประมาณ 500 เมตร จากนั้นหัวหน้าทีมพาหยุดแล้วก็นอนกันเป็นแถวแบบนั้นแหละ นี่คือกลลวงหรือยุทธวิธี การทำเช่นนี้ของหัวหน้าทีมก็เพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามโจมตีเรา เพราะตอนแรกที่เราพักและมีทีท่าว่าจะนอนตรงนั้น ฝ่ายตรงข้ามอาจซุ่มสังเกตการณ์เราอยู่ก็เป็นได้ แต่ก็ไม่มีข้าศึกก็รอดไป พอสว่างเราก็เดินกันต่อไปโดยที่ยังไม่ต้องกินข้าว ทั้งทีมปฏิบัติตามหัวหน้าทีมทั้งหมด อีกอย่างภารกิจครั้งนี้ไม่มีการหุงหาอาหารเพราะพตท.33 ได้ให้ทุกคนเตรียมอาหารแห้งติดตัวทั้งหมด 5 วัน พอเราเดินถึงป่ากล้วยป่า และเป็นลำธารเล็กๆ ได้รับสัญญาณให้หยุด แต่การหยุดเราทั้งทีมไม่ได้เข้ามารวมกัน เราเดินกันมาทิ้งห่างของแต่ละคนประมาณ 3 – 5 เมตร พอหยุด ใครเดินถึงตรงไหนก็หยุดตรงนั้น หัวหน้าทีมจะสั่งการมาทางวิทยุ หรือไม่ก็บอกกันต่อๆมา เราหยุดพักตรงนี้เพื่อทานอาหารเช้า จากนั้นหากท่านอาหารเรียบร้อยแล้ว ตอนเดินทางหากคนใดผ่านลำธารให้ทำการเติมน้ำในกระติกของตัวเองให้เต็ม แต่การหยุดเติมน้ำในกระติกตรงลำธาร ก็ไม่ได้ไปรวมกันอีกเช่นเดิม ทุกนายจะต้องปฏิบัติตามที่ฝึกมา ในเมื่อคนข้างหน้าหยุด คนต่อมาถึงตรงนั้นก็ต้องหยุดตรงนั้น พอคนข้างหน้าเติมน้ำเสร็จ แล้วก็เดินต่อไปหยุดคุ้มกันให้กับคนหลังที่กำลังเติมน้ำ แล้วข่อยๆเลื่อนไปจนกว่าจะหมดทุกคน การเดินของทีมเราได้ไม่ข่อยไวเท่าไหร่ เพราะต้องระวังทั้งกับระเบิด ตอนนี้ ข้างหน้ามีการหยุด ก็ทราบว่าพลนำทางที่เป็นม้ง พวกผมเรียกเขาลับหลังว่า (พวกกลับใจ) คือพลนำทาง เขาขอดูทิศทางที่จะนำทางไปที่ร่องกล้า เราหยุดหน่วยกันอีก ให้พลนำทางไปขึ้นต้นไม้ดู ส่วนต้นไม้ที่เขาขึ้นมันอยู่ห่างออกไปประมาณเกือบ 50 เมตร จากนั้นพลนำทางลงมาจากต้นไม้ เราคิดว่าเขากำลังเดินกลับมาที่เรา แต่เงียบ เขาหายไปเลย คือพลนำทางหลบหนีไม่ยอมนำทางเรา ทั้งครูฝึกทั้งหัวหน้าทีม สั่งให้ทุกนายเพิ่มความระวังขึ้นให้มาก เขาอาจไปนำกำลังของพวกเขามาซุ่มโจมตีเราก็ได้ แต่คราวนี้การเดินของพวกเราเริ่มช้าลงเพราะใช้ความระวังมากขึ้น
ทีมเรามีสุนัขสงครามมาด้วยสองตัว อีกตัวสุนัขหากับระเบิดอีกตัวเป็นสุนัขลาดตระเวน จากนั้นเราเริ่มใช้สุนัขทั้งหากับระเบิดนำหน้า และลาดตระเวนผลัดเปลี่ยนกัน เวลานั้นทีมเราใช้สุนัขหากับระเบิดทำหน้าที่เปลี่ยน สุนัขเมื่อทำหน้าที่ของตัวเองเขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นเท่าไหร่ จังหวะนั้น ที่ก้อนหินก้อนใหญ่ด้านข้างเส้นทางเดินเท้าของสัตว์ป่าเก่าๆเป็นทางหมูป่า สุนัขกำลังก้มหากับระเบิดไป บนก้อนหินมีเสือลายพาดกลอนได้กลิ่นสุนัข ยืนจ้องสุนัขอยู่ แต่ทหารพี่เลี้ยงสุนัขสงคราม เห็นก่อน เขาเปิดเซฟปืนเสียงดังแต็บ..ทำให้เสือตัวนั้นกระโดดหนีไป สุนัขลาดตระเวนอยู่ถัดมาด้านหน้าจะกระโจนตามเสือเพื่อไปกัด แต่พี่เลี้ยงดึกไว้ทัน จากนั้นทีมเราเดินข้ามลำห้วยเข้าป่าไผ่ต้นเล็กๆกระจายเต็มไปหมด ไม่เป็นกอใหญ่ ตรงนั้นเป็นเพียงเส้นทางเดินเท้าเก่าๆ และมีลอยหมู่ป่าเดินไปก่อนหน้า ผมก็อุ่นใจ ว่าตรงนี้ไม่มีกับระเบิดแน่ หากมีคงระเบิดจากการที่หมูป่าเหยียบแล้ว แต่ชุดทหารพราน ชุดผมเป็นชุดที่เดินปิดท้ายตลอด ตอนนั้นมีสัญญาณบอกมาต่อๆกันจากข้างหน้า พลลาดตระเวนนำได้สังเกตการณ์เห็นมีบ้านอยู่ในป่าหลายสิบหลัง ทุกคนข่อยๆเดินและมองรอบตัวอย่างช้าๆเงียบๆได้ยินแต่เสียงหายใจของตัวเอง จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นที่ข้างหน้าหนึ่งนัด เปรี่ยง…ทุกคนกระโดดหมอบลงข้างทางเดิน ส่วนหัวหน้าชุดผมเอาอีกแล้วครับ แก่ไม่ยอมหมอบ คลาดว่ายังหาที่ลงไม่ได้ วิ่งจากหัวแถวมาจนถึงลูกน้องคนสุดท้าย ที่ทำหน้าที่เป็นระวังป้องกันหลังเขาหมอบอยู่ตรงก้อนหิน ลูกน้องคนที่ระวังป้องกันหลังดึงเข็มขัดสนามของแก่ให้หมอบลงตรงนั้นด้วย และแก่ก็เรียกผม รองรองรอง ขึ้นไปขึ้นไป ชี้ไปข้างหน้าแก่ให้ผมไปข้างหน้าแทน แต่เสียงปืนก็เพียงนัดเดียวไม่มีต่อไปอีก ผมก็ย่องขึ้นไปที่หัวแถวของชุดผม เข้าไปหาพนักงานวิทยุ ได้ความว่าทหารพี่เลี้ยงของสุนัขสงครามทำปืนลั่น และทั้งทีมยังไม่มีการเดินหน้า หยุดทำใจและระวังกันอยู่พักใหญ่ เพราะการที่ทำปืนลั่นมันเหมือนกับว่าบอกที่อยู่ตัวเองให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ ตอนนี้เวลาก็ใกล้คำเข้าไปอีกวัน เราเดินกันไปได้อีกไม่ไกลมากหัวหน้าทีมสั่งนอนตรงนั้นบริเวณนั้นเป็นป่ากล้วยป่า และก้อนหินขนาดใหญ่มากน่าจะเป็นที่กำบังได้ดีหากมีการปะทะก็นอนตรงนั้น คืนที่สองผ่านไป เข้าสู่วันที่สามของการเดินทางแล้ว วันที่สามก็จะหมดไปอีกครึ่งวัน หัวหน้าทีมบอกว่าหลังจากที่พลนำทางได้หลบหนีไป เราเดินกันอย่างไม่รู้ทิศทาง และยังไม่สามารถเช็คแผนที่หาที่อยู่ของตัวเองได้ ทุกคนเริ่มสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังอุ่นใจที่ยังสามารถติดต่อวิทยุกับบก.ควบคุมและหน่วยรอบนอกได้ ระหว่างการเดินมาเริ่มเข้าป่าลึกเราจะพบหมู่บ้านมวลชนของ พคท.หลายกลุ่ม กลุ่มละ20 -30 หลัง นับร้อยหลังแล้ว แต่ละกลุ่มจะมีร่องลอยการอยู่อาศัยเมื่อไม่นาน ตามที่สังเกตแต่ละหลังมีเด็กเล็กด้วย เห็นมีรองเท้าเด็กและเสื้อผ้าเก่าๆทิ้งไว้ รอบๆหมู่บ้านจะมีการขุดบังเกอร์รอบบ้าน ไว้หากมีการโจมตีจากฝ่ายทหารรัฐบาล ผมรองคิดดูว่าหากเขายังอยู่ที่นี่ ยังไม่ยอมล้มเลิก ทีมผมกับเขาต้องปะทะกันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงอย่างแน่นอน ข้อสำคัญแล้วเด็กพวกลูกหลานเขาตรงนี้ ทั้งที่มันไม่รู้เรื่องด้วยกับข้อขัดแย้งของผู้ใหญ่ จะต้องมาร่วมรับเคาะอีก ดังนั้นพวกเราจึงมีความภูมิใจกับคำสั่งที่ 66 /2523 เป็นอย่างมากคำสั่งที่ 66/2523ได้เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชการที่ 9โดยให้พระราชดำริไว้กับพลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ พร้อมด้วยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม2519 ในช่วงที่พระองค์เสด็จมาในพื้นที่การสู้รบที่ภูหินร่องกล้า(บ้านหมากแข้งตำบลกกสะทอนอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลยและอำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ให้ใช้ความปราณีปรานอมเราคนไทยด้วยกันจะผิดคือความคิดไม่ตรงกันเท่านั้น และอย่าไปเรียกพวกเขาว่าผู้ก่อการร้ายเลยอย่าไปเรียกพวกเขาว่าผู้ทรยศเลย จากนั้นมาถึงปี พ.ศ.2523 นโยบายหรือคำสั่งที่ 66/2523 มีผลบังคับใช้ขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2523 ถือว่าบุญบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ภูมิพล และองค์ราชินีนาถมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าให้ทุกฝ่ายใช้ความประนีประนอม และบุญบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ภูมิพล และองค์ราชินีนาถ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็น พคท.แต่จิตใจยังรักสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมมองเข้าไปในกระท่อมของเขา ผมเห็นภาพของในหลวงที่ติดปฏิทินแขวนอยู่ที่หัวนอนฝากระท่อมที่พวกเขานอน เรากระจายกำลังตรวจค้นบ้านร้างของเขาด้วยความระมัดระวัง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จากนั้นเราเดินขึ้นสันเขาแต่ก็ไม่ได้ชันมากนัก ข้างหน้าเราต้องเดินลงไปข้ามลำธารน้ำอีก ตอนนั้นฝ่ายทหารสุนัขเขาเปลี่ยนมาใช้สุนัขลาดตระเวน เพราะสุนัขสงครามแต่ละตัวก็จะใช้ได้เพียงอย่างเดียว ลาดตระเวน หรือหากับระเบิดจะสอนแยกมา สุนัขลาดตระเวนก็คือการดมกลิ่นของฝ่ายตรงข้าม หรือกลิ่นที่แปลกปลอมไปจากพวกเดียวกัน เขาสามารถได้กลิ่นไกลสุด 500 เมตร เรากำลังจะเดินลงไป ผมเห็นพี่เลี้ยงของสุนัขลาดตระเวนพยายามสั่งให้สุนัขเขาเดินไป แต่สุนัขไม่ยอมเดินนั่งลงและพยายามถอยหลัง พี่เลี้ยงเขาหันมาบอกหัวหน้าทีมว่า สุนัขของเขาได้กลิ่นสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างหน้า ดังนั้นหัวหน้าทีมก็บอกว่าเราต้องทำการเคลียร์พื้นที่ข้างหน้า ส่วนการเคลียร์พื้นที่จะต้องไปเพียงชุดเดียว ที่เหลือจะนั่งคอยอยู่จุดเดิม หากมีการปะทะข่อยออกไปให้การช่วยเหลือหรือตีตลบหลังข้าศึก หัวทีมขัดเลือกชุดที่ต้องออกไปเคลียร์ ชุดผมชุดทหารพรานงานเข้าแล้ว หัวหน้าทีมบอกว่าชุดทหารพรานเดินตามหลังมาสามวันแล้วจึงเป็นชุดที่ออกเคลียร์ ส่วนหัวหน้าชุดผมได้ยิน แก่ก็เรียกผม รองรอง ขาผมเริ่มไม่ไหวแล้ว รองนำกำลังออกเคลียร์พื้นที่แทนผมนะ ผมก็โอเคครับพี่ ทหารในทีมเริ่มมองหน้าแก่ทันที ผมก็เดินขึ้นไปประจำตำแหน่งหัวแถวเป็นคนที่สามซึ่งเป็นตำแหน่งหัวหน้าชุด ชุดผมเดินลงไปผ่านลำธารน้ำดังกล่าว กำลังเดินขึ้นเนินไป ผมให้ลูกชุดผมปรับรูปขบวนเป็นแถวหน้ากระดานโดยประดาหน้ากันห่างกัน 5เมตร ข่อยๆย่องอย่างระมัดระวัง เพราะป่าดิบข้อนข้างหนาทึบ ซักพักมีเสียงคนวิ่งขึ้นเนินมาด้านหลังมาจากทางทีมส่วนใหญ่นั่งรออยู่ พร้อมกับมีเสียงตระโกนว่า ของกูขึ้นแล้ว ของกูขึ้นแล้ว ลูกชุดผมทั้ง 10 นาย กระโดดเข้าต้นไม้เป็นที่กำบัง ผมเองก็ตระโกนอย่างสุดเสียงว่า อย่ายิงอย่ายิง.. เพราะผมรู้แล้วว่าที่วิ่งมาคือหัวหน้าชุดผมเอง พอแก่มาถึงผม แก่ทั้งเหนื่อยพร้อมกับพูดว่า รองไม่ต้องกลัว ลุยเลยลุยเลยผมมาแล้วของผมขึ้นแล้ว ผมไม่มีอะไรจะพูดกับแก ผมก็เลยถามแก่ว่า ที่มาทีหลังก็เพราะกำลังปลุกของเหลอครับพี่ แล้วจะคุ้มลูกน้องได้ถึง 11 คนมั้ย บางครั้งการเหนื่อยของคนเราก็ต้องเกิดอารมบ้าง ทหารของผมกลั้นหัวเราะอีกแล้ว ผมมาทราบภัยหลังว่าเหตุที่หัวหน้าชุดผมต้องวิ่งปลุกของมา ก็เป็นเพราะทีมที่อยู่ข้างหลังกดดันแก่หาว่าทิ้งให้ลูกน้องออกไปเพียงลำพัง และต่อว่าต่างๆนานาก็เลยโมโหวิ่งตาม จากนั้นชุดของผมก็ทำการเคลียร์พื้นที่ไปข้างหน้าอีกประมาณ 100 เมตรก็ไปพบกระติกน้ำขนาด 5 ลิตรสองใบมีน้ำเต็มกระติก เขาคงมาตักน้ำในลำธารตรงนี้แน่ แต่เขาอยู่ในภาวะที่ไม่พร้อมต่อสู้ แต่ทางผมเองก็ไม่ได้ทำลายหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งของกระติดน้ำ คงวางไว้ที่เดิม เพราะเราเองในภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อรบ เพียงแต่พร้อมที่จะป้องกันตัวเองเท่านั้น
ผมวิทยุกลับไปรายงานทีมข้างหลังพื้นที่ปลอดภัย แล้วก็ตามมาสมทบ เราเดินกันเป็นวันที่สามแล้วผ่านมาสองคืน ตลอดสามวันของการเดินทางเราจะผ่านป่าดิบหนาทึบ และอากาศเย็นทั้งกลางวันและกลางคืน ในวันที่สามของการเดินทางก็ใกล้จะหมดไปอีก เราเดินกันให้ใกล้ค่ำมากที่สุดเพราะไม่ห่วงเรื่องประกอบอาหาร การนอนเราก็จะนอนกันเป็นแถวลาดตระเวน โดยไม่ได้ตั้งเป็นแนววงกลม เพียงแต่อาศัยเนินเขาให้เป็นพื้นที่ได้เปรียบเป็นพอ เวลา 17.00 น.ของวันนี้หัวหน้าทีมสั่งให้หยุดนอนตรงนี้ ส่วนบริเวณที่ผมหยุดหาที่จะนอนตรงจุดนั้นมีหลุมฝังศพสองหลุมคู่กันอยู่เก่ามากแล้ว น่าจะเป็นหลุมศพของชาวม้ง เพราะตามที่ผ่านมาจะพบหลายสิบหลุมเหมือนกัน ผมตัดสินใจนอนตรงกลางข้างหลุมศพสองหลุมโดยอาศัยเป็นที่กำบังด้วยหากมีการปะทะ ผมปลดเป้หลังวางลงและปูผ้ากันฝนลง อยู่สักพัก เป้ของผมขยับได้ ผมเข้าใจว่าเป็นงูแน่ๆ ผมกระโดดข้ามหลุมศพออกไปให้ห่างเป้ ทุกคนตรงใจหมอบราบกับพื้น ผมให้ทหารเอาไม้ไปเขี่ยใบไม้ออกมา ในที่สุดมันคือเต่าป่าตัวขนาดใหญ่เลย หัวหน้าทีมให้ปล่อยเพราะสัตว์ก็มีชีวิตเหมือนเราและเราเองมาแบบนี้ด้วย ชีวิตใครชีวิตมัน แต่หัวหน้าชุดผมไม่ยอมปล่อยอ้างว่าจะเอาไปเลี้ยงที่ฟาร์มเขามีฟาร์มอยู่ที่อุดร ทุกคนรู้ว่าแก่ไม่ได้เอาไปเลี้ยง เพราะแก่ชอบของป่า แก่ก็หันมาหาผมกับลูกน้อง รองครับ พวกเราเปลี่ยนกันเป้นะ มีผมครับคนเดียว แต่ลูกน้องคนอื่นๆไม่ครับ เงียบ เพราะในเป้แค่อาหารกับกระสุนปืนก็หนักมากพอแล้ว แล้วก็ก่อนนอนแก่ก็ถามผมว่า รอง ผมจะเก็บเต่าไว้ยังไงดี ผมก็ได้โอกาศตอนนี้แหละ ผมบอกแก่ว่าพี่ พี่เห็นม้งเขามัดขาหมูมั้ย ผมเลยเอาเชือกฟางให้แก่ แก่ก็หัวเราะชอบใจ ผมจับขาหลังเต่าดึงออกมาให้แก่มัด ล่ามไว้กับต้นไม้ข้างที่แก่นอน ประมาณตีสอง ผมได้ยินเสียงเต่าคลานออกไปทางลำห้วย คนอื่นอีกหลายคนก็ได้ยินแต่ทุกคนเฉยปล่อยให้เต่าหนีไปดีกว่า ส่วนในการที่จะเก็บเต่าไม่ให้หนีได้นั้น เขาจะต้องเอาไม้ขัดท้ายขัดหัวเพื่อไม่ให้เต่าโผล่หัวออกมากัดถุงหรือกัดเชือกได้ แล้วก็มัดห่อยต้นไม้ไว้ ตอนเช้าแก่ตื่นมาทุกคนก็ทำเฉย แต่แก่เริ่มบ่นของแก่คนเดียว ผมได้ยินอยู่คำหนึ่งว่า ไอ้พวกนี้ กูงดพักมันดีมั้ย มีหัวหน้าทีมหัวเราะคนเดียว.. จากนั้นจนถึงป่านนี้ทุกคนในทีมยังมืดกับการหาทิศทางที่จะไปสู่ร่องกล้าจุดนัดพบ เพราะยังไม่สามารถเช็คพิกัดหาที่อยู่ของเองได้ ป่าหนาทึบมาก หลังจากกินข้าวเช้าหัวหน้าทีมได้วิทยุขอปืนใหญ่จากฐานยิงบ้านเข็กน้อย ให้ยิงบอกพิกัดให้ ปืนใหญ่ยิงลูกควันให้ระเบิดกลางอากาศ เราช่วยกันดูและฟัง จากที่ลูกควันลูกนั้นระเบิด เห็นแล้วว่าอยู่ห่างเราประมาณ 7 กิโล แล้วทางฐานปืนได้แจ้งพิกัดตำบลกระสุนตก หัวหน้าทีมใช้เข็มทิศชี้ไปที่กระสุนระเบิดเช่นกัน แล้วก็แจ้งมุมภาคให้ทางปืนทราบ ทางฐานปืนแจ้งว่าพวกเราเดินออกนอกแผนที่จึงไม่สามารถเช็คพิกัดได้ หากไปที่พิกัดปืนใหญ่ให้ที่ตำบลกระสุนระเบิด อีกสามวันแน่เขาสูงมาก เสบียงก็จะหมด อีกพักใหญ่เราได้ยินเสียงเครื่องบินแอล 19 ที่มีฉายาว่าไอ้ปากหมา (พอถึงตรงนี้ผมขอเวลาอธิบายเรื่องไอ้ปากหมาก่อน เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะหาว่าผมเสียมารญาติ เครื่องบินแอล 19 เป็นเครื่องบินปีกนิ่งเป็นเครื่องบินตรวจการณ์สองที่นั่ง เมื่อยุทธการผาเมืองเผด็จศึกที่เขาค้อปีพ.ศ. 2524 ทหารพลร่มเข้าตีฐานพคท.ที่เขาค้อ แล้วเกิดแตกหน่วยพัดหลงกัน เครื่องบินแอล 19 ได้บินตรวจการณ์พบทหารพลร่มทั้ง 11 นาย เครื่องแอล 19 ได้ใช้เครื่องขยายเสียงที่ติดอยู่ปีกเครื่องประกาศให้ทหารพลร่มทางภาคพื้นดินทราบว่า ให้เดินลงไปตามลำน้ำไป อีกไม่ไกลจะพบหมู่บ้าน ดังนั้นฝ่ายพคท.ก็ได้ยินจึงไปดักซุ่มโจมตีทหารพลร่มทั้ง 11 นายเสียชีวิตทั้งหมด เครื่องแอล 19 จึงได้รับฉายาว่าไอ้ปากหมา)(จากการบอกเล่าของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่พตท. 33 ) ปัจจุบันเครื่องบินชนิดนี้ปลดระวางไปแล้วตั้งโชว์อยู่ที่เขาค้อครับ
ขอเข้าเรื่องเลยครับ พอทีมเราได้ยินเสียงแอล 19 บินอยู่ห่างๆแต่ไม่สามารถมองเห็นเครื่อง ทางหัวหน้าทีมจึงวิทยุเรียกไปที่แอล 19 ขอความช่วยเหลือให้มาชี้ทิศทางให้ไปร่องกล้า โดยหัวหน้าทีมได้ใช้เข็มทิศแจ้งมุมภาคของเข็มทิศชี้ไปตามเสียงเครื่องที่ได้ยินแล้วก็แจ้งไปว่าเครื่องอยู่มุมภาคเท่าไหล่ จากนั้นทางนักบินเขาดูก็จะบินสวนมาตามมุมภาคนั้น พอเครื่องตรงหัวเราก็แจ้งว่าโอเวอร์ เครื่องก็ทำการบินวนเหนือเรา แล้วนักบินก็แจ้งลงมาว่า รอบนี้ผมจะชี้แล้วนะ เครื่องก็บินตรงออกไปทิศทางที่เราต้องการ พร้อมกับแจ้งลงมาว่าทางนี้แหละร่องกล้า แล้วเขาก็บินเลี้ยวกลับ หล่มสัก นักบินแจ้งต่อไปว่า ผมขอตัวก่อนนะน้ำมันผมเหลือเพียง 30 นาที ผมเองคิดอยู่ในใจว่า ไปเลยเดี๋ยวมาเป็นภาระอีก จากนั้นทางหัวหน้าทีมจึงทำการล็อกมุมภาคที่จะต้องไป จากนั้นเราเดินตามป่าไปอย่าไม่หยุด เพราะวิทยุจากอีกทีม แจ้งมาว่าเขาถึงจุดหมายแล้ว ส่วนหัวหน้าชุดผมพอเห็นว่าทีมเราได้ทิศทางที่แน่นอนแล้ว และดูจากแผนที่จุดหมายอยู่ห่างเพียงสองกิโลเท่านั้น เป้ของแก่หนักเห็นว่าใกล้ถึงแล้วจึงได้เอาสัมภาระจากเป้ออกไปให้ลูกน้องอีกคน ส่วนสัมภาระที่แก่เอาออกไปจากเป้ของแก่เองนั้น เป็นข้าวต้มมัดเป็นส่วนใหญ่ แต่แล้วเดินยังไงจนค่ำแล้วก็ยังไม่ถึง แก่หารู้ไหมว่าสองกิโลในแผนที่ ที่เป็นพื้นที่ในป่า สองกิโลเท่ากับ สี่กิโลครับ
รอดตตายเพราะข้าวแห้ง
หัวหน้าชุดผมเริ่มหิว เรียกข้าวต้มมัดของแก่ที่ให้ลูกน้องไว้คืน แต่ลูกน้องแบ่งกันกินตอนเดินทางมาจนหมด แก่ได้คำตอบว่า ข้าวต้มหมดแล้ว แก่เริ่มโวยวาย ว่ากูฝากมึงไว้เฉยๆพวกมึงแดกหมด ส่วนผมเดินเป็นคนที่สองนับจากท้ายแถวในตำแหน่งรองหัวหน้าชุด ส่วนหัวหน้าชุดเดินหัวแถวเป็นคนที่สามของชุด แต่ผมก็พอเข้าใจที่หัวหน้าแก่บ่น เรามีเรื่องขำอีกแล้ว พอผมกับลูกน้องคนเดินหลังระวังป้องกันหลังมาถึงก้อนหินใหญ่เจอหัวหน้าชุดแก่หยุดเดิน ยืนอยู่ข้างก้อนหินลูกน้องที่เดินหลังแก่ ก็เดินผ่านไปหมด คงไม่มีใครกล้าคุยกับแก่ แต่ดูท่าทางลูกน้องข้างหน้าก็ชะลอ คอยฟังผมอยู่ ผมสั่งให้ข้างหน้าเฉพาะชุดทหารพรานหยุดก่อน แล้ว ผมหยุดถามแก่ว่า เป็นยังไงพี่ แก่ก็ตอบผมว่า พี่จะนอนมันตรงนี้แหละ แล้วแก่ก็ทิ้งเป้ทิ้งปืนลง ผมเองก็ตกใจกลัวแก่ไม่ฟังผม แต่ผมก็คุยกับแก่ว่า พี่ เราไม่ทิ้งกันหลอกนะจะเป็นตายร้ายดียังไงเราก็ต้องไปด้วยกัน ผมยังเห็นว่าพี่ยังไหวนะ เป้าหมายมันคงใกล้เข้ามาแล้ว เพราะตอนนี้เราเดินมาจนมืดแล้วนะพี่ แก่ก็ไม่เถียงผม ผมจึงให้ลูกน้องสองคนมา อีกคนมาเอาเป้หัวหน้าอีกคนเอาปืน ให้แก่เดินตัวเปล่า ในที่สุดแก่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วพูดว่า โอเคไป แก่ก็เดินนำผมไปทันที ผมโล้งอกทันที จากนั้นผมให้ลูกน้องคนที่เดินหลังทำหน้าที่ระวังหลัง ไปเดินแบกเป้หัวหน้าไป แล้วผมขอทำหน้าที่ระวังหลังแทน การระวังหลังก็ต้องเดินหันหน้าหันหลังเลื่อยๆ ตอนนั้นเวลาหกโมงเย็นกว่าแล้ว แต่หกโมงในป่าก็มืดแล้ว เราเดินผ่านหมู่บ้านร้างของพวกเขาอีกแล้ว บ้านกลุ่มนี้ถ้าผมจำไม่ผิด ก็คือโรงเรียนการเมืองการทหารของพคท.ปัจจุบันนี้แน่นอน คราวนี้ผมเดินถอยหลังมาเหยียบกองไฟเก่ายังอุ่นๆ แสดงว่าก่อนหน้านี้มีพวกเขายังอยู่ตรงนี้ ผมเองก็ระวังข้างหลังเต็มที่ กลัวว่าเขาจะชาร์ดเหมือนหนังจีน เรากันเดินมาติดๆเพราะกลางคืนเดินห่างกันไม่ได้ เราเดินผ่านโรงเรียนการเมืองมาจากนั้นเป็นป่าดิบมืดสนิท แต่ยังพอเห็นแสงดาวบ้าง เวลาสี่ทุ่มตรง ทีมเราถึงจุดหมายที่ร่องกล้าใหญ่หรือลานหินแตก ทีมเรามาถึงทีหลังเขา ผมจำได้ว่าชุดผมน้องตรงทางเข้าลาน พอตอนเช้ากินข้าวแล้วก็เดินลงไปจุดขึ้นรถที่หมู่บ้านห้วยตีนตั่ง แต่แล้วชุดผมทั้ง 12คนข้าวหมด คงยังมีผมที่มีข้าวเหนียวตากแห่งที่แม่นึ่งตากเตรียมให้ก่อนออกยุทธการถุงใหญ่พออิ่มกัน ผมนำข้าวแห่งให้ลูกชุดนำไปใส่หม้อสนามแล้วก็เอาน้ำเปล่าใส่ให้พอดีข้าว จากนั้นข้าวแห่งก็กลายเป็นเม็ดข้าวอ่อนตามปกติ พอมีเวลาอยู่จึงก่อไฟต้มกลายเป็นข้าวต้ม ส่วนกับข้าวที่เหลืออยู่ก็คือพริกปลาหล้าบองของหัวหน้าชุดที่ในกระปุกที่แก่ขวักออกมา ผมแกล้งแซวแก่ว่า นี่สมมุติว่าผัดเผ็ดเต่าตัวนั้นก็แล้วกันนะ พอผมพูดขึ้นทหารทุกนายก็หัวเราะกันทั้งหมดแก่ก็หัวเราะชอบใจอีก และหัวหน้าแก่ก็พูดเปิดเผยขึ้นว่า เต่าตัวนั้นนะ ผมว่าจะเอาไปทำห่อมกแซบๆซักหน่อย แต่มันหนีไปได้.. เพราะแก่อารมดีแล้วเลยเปิดเผยความลับทันที เวลา 07.30 หัวหน้าทีมรวมพลที่หน้าฐานพัชรินทร์ เช็คยอดกำลังพลแล้ว ก็จัดขบวนเดินทาง เราเดินลงจากเขาภูหินร่องกล้า ตามเส้นทางที่รถแทรกเตอร์ดันขึ้นมาเพียงรอบเดียว ต้นไม้เล็กๆยังไม่ขาด นอนเอียงอยู่ การเดินก็ต้องหลบไม้ไปด้วย ระยะทางที่เดินถึงรถอยู่ที่ 16 กม. กว่าจะพ้นเขา ทหารทั้งสองทีมก็เริ่มไม่เป็นขบวนแล้ว เป็นกลุ่มๆ กลุ่มละสี่ห้าคน คงเห็นว่าสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว พอถึงหมู่บ้านห้วยน้ำไซ ซึ่งเป็นหมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กำลังจัดตั้งใหม่ มีเพียงไม่กี่หลัง ส่วนผมเดินตามหลังเขาไปคนเดียว เห็นรอยพวกเดียวกัน ที่น้ำลำห้วยน้ำไซยังเปียกๆ ผมเดินตามลอยพักพวกเข้าไปบริเวณโรงเรียนห้วยน้ำไซ ตอนนั้นยังไม่มีโรงเรียน มีเพียงบ้านสามหลังอยู่ในป่าตังรังตรงนั้น และตรงนั้นเป็นลานหินมองไม่เห็นลอยเท้าของพวกเลย แถมมีเส้นทางเดินเท้าสามเส้นทาง ผมหยุดดูอยู่ตรงนั้น ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปทางไหน ตรงนั้นมีบ้านของชาวม้งหลังเล็กๆอยู่หลังหนึ่ง มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณสี่ขวบนั่งอยู่หน้าบ้านคนเดียว เด็กม้งคนนั้นเธอพูดภาษาม้งของเธอแต่เธอมองมาที่ผมพร้อมกับมือชี้ไปที่เส้นทาง ผมถึงบางอ้อตอนนั้นเลย ผมเข้าใจทันทีว่าเด็กบอกเส้นทางผมแน่ๆ ว่าพวกคุณไปทางโน้น ผมเองก็ซาบซึ้งในความรู้สึกนึกคิดของเด็กตัวแค่นี้ ในเป้เรามีมาม่าอยู่สองห่อผมให้เด็กเป็นการตอบแทน แล้วผมเริ่มเดินทางต่อทันที แต่ยังหันกลับไปมองเด็กคนนั้นด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้ง จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีเศษอายุของเธอก็คงประมาณนั้น ผมเดินลัดไปตามนาข้าวของชาวบ้านห้วยตีนตั่ง ซักพักใหญ่ก็ถึงหมู่บ้านที่เป็นจุดรอรถ ทั้งทีมนั่งบ้างนอนบ้างตามร่มไม้ของชาวบ้าน จากเวลา 07.30 ที่เดินลงจากเขามา ตอนนี้เวลา 12.30 พอดี 14.00 น.รถจีเอ็มซีจากพตท.33ก็มาถึง พวกเรากลับไปเข้าพิธีปิดการฝึกที่พตท.33แล้วก็ได้พัก จากระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ของการฝึกร่วมครั้งนี้ ทุกคนปลอดภัยไม่มีการปะทะ จากนั้นมาทาง พตท.33ได้ทำการดูแลมวลชนที่เข้ามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยแล้ว ทางการทหารก็ขอประกาศในวันเสียงปืนแตกวันที่ 7 ส.ค.เมื่อปี 2508ของ พคท.ให้เป็นวันเสียงปืนดับ คือ 7 ส.ค.2525 สำหลับย้อนรอยภูหินร่องกล้าก็คงจบลงเพียงเท่านี้ หากว่ากระผม เสือ ภูร่องกล้า มีโอกาสก็จะนำเรื่องราวต่างๆที่ประสบการณ์มาเล่าให้ท่านฟังใหม่ ท้ายสุดนี้ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านสุขภาพแข็งแรง และเจริญในหน้าที่การงานครับ ( จบ)
ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทั้งเขาค้อและภูหินร่องกล้าจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ผมเองก็ยังทำหน้าที่เป็นทหารพราน และก็ทาง พตท.33ได้จัดตั้งหน่วยสันตินิมิตขึ้นโดยใช้กำลังของทหารจากหน่ยวขึ้นตรง(นขต.)โดยจัดตั้งขึ้นทั้งหมด 6 หน่วยด้วยกัน เพื่อให้หน่วยนี้เข้าไปฟื้นฟูจิตใจของประชาชนขจัดเงื่อนไขต่างๆที่ทางการของเราได้ก่อไว้โดยเน้นไปที่หมู่บ้านสีชมพูที่ พคท.เคยแทรกซึม เข้าไปประจำหมู่บ้านละ 20 วัน แต่ทหารที่ทำหน้าที่ในหน่วย สตม.ทุกนายจะต้องถูกอบรมทางด้านปฏิบัติการจิตวิทยาจากวิทยากรนายทหารชั้นผู้ใหญ่จาก ศปก.ทบ.(ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก) วิชาการปฏิบัติตัวเข้าหามวลชน จะต้องทำตัวอย่างไร ทหารทุกหน่วยทุกนายของหน่วย สตม.จะต้องปฏิญาณตนและจะต้องปฏิบัติให้ได้ทั้ง 7 ข้อ โดยคัดลอกออกจากคำสั่งที่ 66/2523 โดยทั้งหมด 7 ข้อดังต่อไปนี้
1.ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสกษัตริย์
2.จะยืนหยัดชื่อคำ ผู้นำหน่วย
3ช่วยชาวบ้าน ละการเรื่องชู้สาว
4.ไม่เสพกัญชา ดื่มสุรา คราประจำ มาทำทำหน้า
5.ไม่ทารุนทุบตีผู้ที่ผิด
6.ไม่คิดเอาของชาวบ้าน ทำพิการวารชดใช้ ยืมอะไรใฝ่ใจจำนำส่งคืน
7.ยืนสง่า วาจาท่าสุภาพ จงซึมซาบว่ามิใช่นายประชา
นี่ละครับทุกนายจะต้องยึดถือคำปฏิญาณนี้ให้ได้หากทๆได้ทั้ง 7 ข้อนี้ก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามและดึงมวลชนได้ แต่ก็เคยมีคนทำผิดกฎนะ แล้วก็ต้องโดนส่งกลับมาเข้าคุกจริงๆแล้ว เพราะการทำงานใกล้ชิดกับประชาชนจะไม่ให้มีการเงื่อนไข แต่ก็พวกเราทหารหน่วย สตม.ทำได้จริงครับ กลางวันช่วยชาวบ้าน กลางคืนวันแรกและวันกลับแสดงดนตรีกล่อมขวัญประชาชน ทุกวันนี้เห็นแล้วฟืนความรู้สึกพอสมควรครับ บางหน่วยก็ ปจว.ไม่เป็น แถมยังสร้างเงื่อนไขซะอีก
มนัส สีเสือ (เสือ ภูร่องกล้า หรือ เสือ ภูลมโล) ตำแหน่งปัจจุบัน เป็นประชาสัมพันธ์ที่อุทายแห่งชาติภูหินร่องกล้า เบอร์โทร 085 051 8084
( พิษณุโลกฮอตนิวส์ 23 มิ.ย.2561 นำเสนอผลงานเขียนของพี่เสือ ภูลมโล หรือ คุณมนัส สีเสือ จนท.ประชาสัมพันธ์อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ผู้มีประสบการณ์และความทรงจำในการปฏิบัติหน้าที่ทหารพราน เมื่อครั้งยังมีการต่อสู้ทางอุดมการณ์และอาวุธระหว่างรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยบนภูหินร่องกล้า จนล่วงเลยผ่านมาสู่การปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า ให้ข้อมูล และนำเที่ยวภูหินร่องกล้า สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมของจ.พิษณุโลก พี่เสือ ภูลมโล ได้บันทึกความทรงจำไว้หลายเหตุการณ์อย่างน่าสนใจ จะนำเสนอเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง จำนวน 10 ตอน บนเว็ปไซด์พิษณุโลกฮอตนิวส์ ขอขอบคุณเสือ ภูลมโล อย่างมากครับ และในสิ้นเดือนกันยายนนี้ พี่เสือ ก็จะอำลาชีวิตราชการ แต่ยังสามารถติดตามผลงานการถ่ายภาพ เขียนบทความ นำเที่ยว กับพี่เสือ ภูลมโล ได้อย่างต่อเนื่องทางพิษณุโลกฮอตนิวส์ )
อ่านบทความเดิม ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 1 พรรคคอมมิวนิสต์แทรกซึม…โดยเสือ ภูลมโล 23 มิ.ย. 2561
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 2 จุดยุทธภูมิสู่แหล่งท่องเที่ยว โดยเสือ ภูลมโล 30 มิ.ย.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 3 การรุกของฝ่ายรัฐบาล โดยเสือ ภูร่องกล้า 7 ก.ค.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 4 ภารกิจซุ่มโจมตี โดยเสือ ภูลมโล 14 ก.ค.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 5 ย้ายฐานปฏิบัติการ โดยเสือ ภูลมโล 22 ก.ค.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 6 ถ้ำวิทยุ กระบอกเสียงพคท.โดยเสือ ภูลมโล 27 ก.ค.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 7 พคท.ตีฐาน โดยเสือ ภูลมโล 5 ส.ค.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 8 คุ้มครองผู้เข้ามอบตัว โดยเสือ ภูลมโล 19 ส.ค.61
ย้อนรอยภูหินร่องกล้าตอน 9 ลาดตระเวนสกัดกั้น โดยเสือ ภูลมโล 25 ส.ค.61
…………………………………………………………………………….