เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ย.2558 ที่ สภ.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายจรัญ พิรณฤทธิ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 3 ต.วังวน อ.พรหมพิราม ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม หลังจากใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ น.ส.บังอร จันเกษม อายุ 39 ปี ภรรยา ที่เพิ่งแต่งงานอยู่กินกันได้เพียงแค่ 2 เดือนเศษ เสียชีวิตคาที่ พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน บย 9100 พิษณุโลก จำนวน 1 คัน ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สมศักดิ์ ปัตวัติ ร้อยเวร สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่หน้าบ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 7 บ้านวังน้ำบ่อ ต.วังวน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ พร้อมรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายยำ และร้านขายของทั่วไป พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.บังอร จันเกษม อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกไม้สีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายจมกองเลือดอยู่ใต้โต๊ะ ที่หัวไหล่ซ้ายถูกคมกระสุนอาวุธปืนลูกซองไม่ทราบขนาดยิงเข้าเป็นรูพรุนหลายแห่ง เลือดไหลนองแดงฉานทั่วพื้นเป็นภาพสยดสยอง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชม. นอกจากนี้ นายบุญรอด จันเกษม อายุ 62 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต ยังถูกลูกหลงจากคมกระสุนเข้าที่ปลายคางได้รับบาดเจ็บไปด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลพรหมพิราม ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้นำร่างส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
จากการสอบสวนทราบว่า นายจรัญ พิรณฤทธิ์ ผู้ต้องหา เป็นสามีใหม่ของ น.ส.บังอร ผู้เสียชีวิต ที่เพิ่งแต่งงานอยู่กินกันได้เพียงแค่ 2 เดือนเศษเท่านั้น แต่ด้วยนายจรัญมีนิสัยเจ้าชู้ มักชอบเที่ยวเตร่ยามกลางคืนอยู่เป็นประจำ ทำให้ภรรยาสาวเอือมระอา มักมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา น.ส.บังอร ได้ตัดสินใจขอแยกทางกับนายจรัญอย่างเด็ดขาด ขอกลับมาพักอาศัยอยู่กับบิดาที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่นายจรัญพยายามกลับมาของ้อคืนดี แต่ น.ส.บังอร ไม่ยินยอมกลับไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วย จึงเป็นเหตุทำให้โกรธแค้นเคืองเป็นอย่างมาก และได้โทรศัพท์มาหาขอเคลียร์ปัญหาหัวใจ กลับถูก น.ส.บังอร ต่อว่าต่างๆ นานา อีกทั้งยังพูดจาท้าทาย ทำให้ถึงกับเลือดขึ้นหน้าขับรถยนต์กระบะมาจอดที่หน้าบ้าน ชนิดไม่พูดพร่ำทำเพลงลดกระจกรถยนต์ ก่อนคว้าอาวุธปืนลูกซองออกมาวางพาดยิงใส่ น.ส.บังอร จำนวน 1 นัด ต่อหน้าลูกสาววัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นลูกติดกับสามีเก่า จนร่างกระเด็นล้มฟุบลงไปนอนกองที่พื้นเสียชีวิตคาที่ ส่วนนายบุญรอด จันเกษม บิดาของ น.ส.บังอร ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตาที่เห็นเหตุการณ์พอดี ได้กระโดดขวางช่วยลูกสาวเอาไว้ ทำให้ถูกคมกระสุนได้รับบาดเจ็บไปอีกคน
ภายหลังก่อเหตุนายจรัญได้ขับรถยนต์หลบหนีหายไปกับความมืดไม่ทราบทิศทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางถนนสายต่างๆ พร้อมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมในพื้นที่ที่คาดว่ามือปืนจะหลบหนีไป หรือซุกซ้อนตัวอยู่ แต่ก็ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด ตลอดทั้งคืนทางตำรวจได้ออกติดตามอย่างไม่ลดละ สุดท้ายนายจรัญทนแรงกดดันไม่ไหว จึงติดต่อผ่านญาติให้มารับตัวขณะแอบซ่อนตัวอยู่กลางทุ่งนา พื้นที่ หมู่ 3 ต.วังวน อ.พรหมพิราม เพื่อขอมอบกับ พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม ดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.หญิง สุนันทา สมอุโมงค์ นวท. (สบ 2) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันตรวจคราบเขม่าดินปืนที่ติดตามร่างกายของนายจรัญ ผู้ต้องหา และตรวจคราบเขม่าดินปืนภายในรถยนต์กระบะ พร้อมเก็บลายนิ้วมือแฝงบนอาวุธปืนลูกซองยาวที่ใช้ก่อเหตุด้วย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุอีกครั้ง แล้วจึงนำตัวส่ง ร.ต.ท.สมศักดิ์ ปัตวัติ ร้อยเวร สภ.พรหมพิราม แจ้งข้อหาฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
………………………………………………………………………………………………………………