เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 กันยายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการพบเห็ดปลาหมึก ซึ่งถูกจัดว่าเป็นเห็ดที่หาพบได้ยากมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ที่ จ.ปทุมธานี และ จ.เชียงใหม่ โดยเห็ดชนิดนี้มีรูปร่างลักษณะแปลกประหลาดดูคล้ายหนวดหมึกและมีกลิ่นเหม็น สร้างความแปลกประหลาดใจให้แก่เจ้าของบ้านที่พบเห็ดขึ้นอยู่ในกระถางต้นไม้ภายในบริเวณบ้านเป็นอย่างมาก รวมทั้งสร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้แก่ชาวบ้านที่ไม่รู้จัก นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา
ล่าสุดที่จังหวัดพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวแจ้งจากนางสัมฤทธิ์ ขุนบุราณ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 8 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ว่าบริเวณภายในสวนที่บ้านของตน พบเห็นลักษณะคล้ายเห็ดปลาหมึกเช่นเดียวกัน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบภายในสวน ก็พบว่าบริเวณรอบต้นผักติ้วอายุประมาณ 1 ปี พบเห็ดปลาหมึกแบบที่บานแล้วขึ้นอยู่ประมาณ 5 ต้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่า คล้ายซากศพ โดยมีแมลงวันรุมตอมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบต้นยังพบว่ามีเห็ดปลาหมึกแบบยังไม่บานขึ้นอยู่อีก 5 ต้น มีลักษณะเป็นก้อนกลมสีขาวคล้ายเห็ดไข่ห่าน แต่มีขนาดเล็ก จากนั้น 2-3 วันจะเริ่มบาน และชูช่อที่มีลักษณะคล้ายหนวดปลาหมึก ก่อนที่จะเริ่มเหี่ยวและตายไป ระยะเวลาทั้งสิ้นไม่เกิน 7 วัน แต่จะส่งกลิ่นเหม็นตลอดช่วงที่เจริญเติบโต ซึ่งชาวบ้านในละแวกดังกล่าวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยพบเห็นเห็ดลักษณะดังกล่าวมาก่อน
นายธีรวุฒิ ขุนบุราณ เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวาน(28 กันยายน 2558) ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.ตนเข้าสวนเพื่อไปช่วยพ่อตัดกิ่งต้นไม้ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาตามลมจึงพยายามหา ต้นตอของกลิ่น ก็ไปพบกับเห็ดดังกล่าว ซึ่งมีแมลงวันจำนวนมากรุมตอมอยู่ ซึ่งตนจำได้ว่าเป็นเห็ดชนิดเดียวกันที่เคยออกข่าวที่ จ.ปทุมธานี และจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นเมื่อข่าวแพร่ออกไปก็มีชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาขอชม บางรายก็มีการนำธูปมาไหว้เพื่อขอเลขเด็ดอีกด้วย
สำหรับเห็ดปลาหมึกนั้นเป็นเห็ดพื้นเมืองที่มักพบในที่ชื้นในทุ่งหญ้าหรือป่าผสมผลัดใบ ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน โดยจะพบมากในประเทศออสเตรเลีย และแทสมาเนีย รวมทั้งบางพื้นที่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ จุดเด่นคือ มีรูปร่างเหมือนมือหรือหนวดแยกออกมา 4-7 อัน หนวดมีลักษณะเรียวยาวสีแดงอมชมพู และกลิ่นเหมือนเนื้อเน่าเหม็น เหตุนี้จึงสามารถเรียกแมลงวันมาตอมเพื่อการแพร่พันธุ์ได้
โดยเห็ดชนิดนี้สามารถกินได้ ส่วนใหญ่กินเพื่อเอาชีวิตรอดหากอยู่ถิ่นทุรกันดารหรือหลงป่า รสชาติจะเหมือนหัวไชเท้า ทั้งนี้คาดว่าเชื้อของเห็ดอาจจะติดมาในดินที่เจ้าของบ้านซื้อมาเพราะปลูกต้นไม้หรือบรรจุภัณฑ์ เมื่ออุณหภูมิเหมาะสมก็จะเจริญเติบโต ถึงแม้จะเริ่มโรยราแต่เมื่อได้อายุเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมก็จะเจริญเติบโตให้เห็นอีก เพราะเชื้อยังคงมีอยู่ภายในดินเพาะปลูก ซึ่งเห็ดดังกล่าวเป็นเห็ดที่หายากอันดับ 2 ของโลก