เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ส.ค. 2558 ร.ต.ต.ธงชัย บัวทอง รอง สว.ส.ทท.4 กก.4 บก.ทท. ( ตำรวจท่องเที่ยวพิษณุโลกประจำวัดใหญ่ ) รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ บริเวณทางเดินเใต้สะพานนเรศวรฝั่งตะวันออก ใกล้เคียงวัดราชบูรณะ ถ.มิตรภาพ อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายสูงอายุ นั่งฟุบลงกองอยู่ที่พื้น ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญรอด พวงมะลิ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 9 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สภาพร่างกายถูกทำร้ายใบหูซ้ายฉีกขาด ที่ขมับศีรษะฝั่งขวาแตก มีรอยถลอกฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง กำลังอยู่ในอาการตกใจและมึนงง ไม่สามารถให้การใดๆ ได้ ตรวจสอบในตัวพบกระเป๋าสตางค์ถูกคนร้ายฉกเงินไปจนเกลี้ยง และพบพระร่วงหลังรางปืนในกระเป๋าเสื้อ 1 องค์ ต่อมาเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพได้ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล
จากการสอบสวน น.ส.แอม นามสมมติ พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนั่งให้อาหารนกพิราบอยู่บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร (วัดใหญ่) และเห็นว่ามีชายวัยรุ่นรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 25-30 ปี กำลังทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ที่ทางเดินใต้สะพานนเรศวร ทั้งชกต่อยและกระทืบอยู่หลายครั้งจนล้มฟุบลงกองที่พื้น แต่เนื่องจากตนเป็นผู้หญิงจึงไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือในทันที จึงรีบวิ่งไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง พอคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิ่งหลบหนีไปทางถนนพุทธบูชา เจ้าหน้าที่ได้วิทยุเพื่อสกัดจับแต่ไร้วี่แววของคนร้ายรายนี้
เบื้องต้นทราบว่า นายบุญรอด พวงมะลิ ผู้เสียหาย เป็นเซียนพระที่มักจะเดินเร่ปล่อยพระตามถนนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก และอาจจะมีการตกลงปล่อยพระเครื่องให้กับคนร้ายรายนี้ แต่เกิดความไม่พอใจจึงขอคืนเงิน แต่ทางผู้เสียหายอาจไม่คืนเงินให้จึงก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันขึ้น หรืออีกประเด็นหนึ่งคนร้ายอาจจะล่อลวงผู้เสียหายมา เพื่อก่อเหตุชิงทรัพย์พระเครื่องดัง คือ “พระร่วงหลังรางปืน กรุสุโขทัย” แต่ผู้เสียหายขัดขืนจึงได้ถูกทำร้ายร่างกาย และจุดเกิดเหตุบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่เปลี่ยวและปลอดคน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าคนร้ายได้ทรัพย์สินอะไรไปบ้าง และจะติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
………………………………………………………………………………..