ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากใครเดินทางมาตามถนนสายสุโขทัย-พิษณุโลก หรือ ถนนสิงหวัฒน์ ฝั่งขาเข้าเมือง ก่อนถึงตัวเมืองพิษณุโลก 10 กิโลเมตร ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก คงสะดุดตาด้วยป้ายขนาดใหญ่ เขียนว่า “หนูย่าง” ระยะทางยาว 500 เมตร ก่อนเจอร่มและผ้า สีแดงสะดุดตา จุดขายหนูยาง เมื่อสอบถามพบว่า เจ้าของแผงขายหนูย่างดังกล่าวชื่อ นางสมบุญ อยู่เย็น อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 6 ถนนธรรมมูล อ.เมือง จ.ชัยนาถ
นางสมบุญ เล่าว่า ได้ยึดอาชีพย่างหนูนาขาย มานาน 6-7 ปีแล้ว หลังจากเดิมเป็นคนที่จับหนูนาขายให้กับแผงหนูย่างมานานหลายสิบปี และมารับจ้างขายหนูย่างได้ค่าจ้างวันละ 200 บาท ที่จังหวัดชัยนาท ช่วงนั้นเจ้าของแผงรับซื้อหนูนายเพียง กิโลกรัมละ 30 บาท จากนั้นค่อย ๆ ขยับคนเป็นราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท แต่เมื่อนำมาย่าง กลับขายดีทั้งที่ราคาแพงกิโลกรัมละราคา 150 บาท ในช่วงนั้น 6 ปีก่อน จึงปรึกษากับแฟนหนุ่ม นาย สมศักดิ์ ติวงษ์ ว่าจะช่วยกันจับหนูแล้วนำมาย่างขาย จึงเริ่มต้นการทำอาชีพ “หนูย่าง” ด้วยการขายในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เมื่อเห็นว่าตลาดไปได้ดีมีคนบริโภคมากขึ้นเริ่มว่างเครือข่ายจับหนูและรับซื้อหนูนาอย่างเป็นล่ำเป็นสันในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางที่มีแปลงนาข้าว โดยกว้านซื้อหนูนาในราคาสูงตามความต้องการของคนจับ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 บาท แต่บางครั้งก็สูงถึงกิโลกรัมละ 150 บาท เก็บเป็นสต็อคแช่แข็งทยอยนำมาย่างขาย
นางสมบุญบอกว่า ปัจจุบันหนูย่าง กลายเป็นอาหารที่ประชาชนนิยมซื้อบริโภคมากขึ้น ตนจึงตะเวนขายไปทั่วหลายจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง อาทิ จ.ชัยนาถ จ.พิจิตร และจ.พิษณุโลก โดยหมุนเวียนไปตามแหล่งหนูนาและกำลังซื้อ และมาปักหลักขายที่พิษณุโลก ได้ 5 เดือนแล้ว มาเช่าบ้านอยู่ และยึดทำเล ถนนฝั่งขาเข้าเมืองพิษณุโลก โดยจะเขียนป้ายเชิญชวน บอกก่อนถึงจุดขาย ทำให้ผู้ที่ขับรถผ่านไปมาแวะซื้อ สำหรับราคาขายปัจจุบันอยู่ที่หนูขนาดเล็ก กิโลกรัมละ 200 บาท สำหรับหนูขนาดกลาง กิโลกรัมละ 220 บาท และหนูย่างขนาดตัวใหญ่ กิโลกรัมละ 250 บาท ส่วนหนูนาสด ชำแหละแช่เย็นแล้วขายกิโลกรัมละ 180 บาท แม้ว่าราคาแพงแต่ผู้ที่นิยมบริโภคมองว่าราคาไม่แพง แถมบางราคาซื้อครั้งละ 3-5 กิโลกรัมเพื่อนำไปแช่ตู้เย็นเก็บไว้บริโภค บางคนซื้อเป็นของฝากญาติและเพื่อนก็มี ซึ่งคนที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้าน คนที่ขับรถยนต์ไม่ค่อยแวะซื้อจะซื้อบ้างก็ครั้งละไม่ถึงครึ่งกิโลกรัม ส่วนเมนูที่นิยมทำส่วนใหญ่จะเป็นหนูนาคั่ว แกงเผ็ดหนูนา และหนูนาทอดกะเทียมกรอบ เมนูก็จะปรับเปลี่ยนไปตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคล
“หนูนาย่าง กลายเป็นอาชีพที่ตนเองภาคภูมิใจ เป็นอาชีพสุจริต อาจเรียกได้ว่าสามารถทำเงินล้านให้ได้ในแต่ละปี เพราะแต่ละวันสามารถทำเงินจากการขายได้ เฉลี่ยอยู่ที่วันละไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 บาท แต่ในช่วงเทศกาลสามารถทำเงินได้มากกว่าวันละกว่า 10,000 บาท ทำให้ทุกวันนี้ สามารถตั้งตัวซื้อรถยนต์ปิคอัพออกตะเวนไปรับซื้อหนูได้หลายแห่ง และยังสร้างบ้านพักอาศัย ให้ตัวเองอีก 1 หลัง หลังจากยึดอาชีพนี้มาเพียงไม่กี่ปี”
“หนู” หลายคนอาจรู้สึกรังเกลียดสัตว์ชนิดนี้ แต่สำหรับ พี่บุญสม อยู่เย็น ผู้หญิงร่างเล็กคนนี้ มองว่า หนูเป็นสัตว์มีบุญคุณ เพราะ “เงินหนู” หรือเงินจากการขายหนูนาย่างเหล่านี้ ทำให้ตัวเองมีบ้าน มีรถ และมีกินมีใช้อย่างสบาย ได้จนถึงทุกวันนี้