โดย……คมดงเสือ

ที่บ้านนา บ้านเรา ต.ดงเสือเหลือง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ในช่วงเดือนมิถุนายน ทุกๆ บ้านก็จะเริ่มลงมือทำนา ทำไร่กันแล้ว เพราว่าเข้าสู่หน้าฝน แต่ละวันก็จะมีฝนตกที่เย็นฉ่ำเป็นประจำ ผมได้เดินทางกลับบ้านอีกครั้ง ที่บ้านผมก็ได้ลงมือทำกันทั้ง 50 ไร่ เมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านไปนั้นกำลังงอกงาม เห็นสีเขียวรำไร และเป็นทิวกลางทุ่งนา ซึ่งที่นา บ้านเรา ก็จะมีการขุดเหมืองน้ำ ไว้สำหรับระบายน้ำเข้า-ออกนา หล่อเลี้ยงต้นข้าวในนา อีกทั้งก็ยังเป็นที่กักเก็บปลาธรรมชาติ ไว้จับกินอีกด้วย

แต่ที่ผมสังเกตนั้นตามคันและคันเหมืองนา แม่ผมได้ปลูกต้นหญ้าคาไว้เป็นแถวยาวเหยียด เพื่อให้ยึดหน้าดิน สามารถกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญครอบครัวเรา ได้เกี่ยวหญ้าที่ไว้ตามริมเหมืองน้ำไว้เป็นกอๆ เพื่อนำมาตากแดด แล้วก่อกองแฝกหรือ ไพหญ้าคา ทำหลังคา บังแดด บังลม บังฝน เหมือนบ้านเรือนสมัยที่ยังไม่มีสังกะสีนั่นแหละครับ นอกจากนี้หลังคาหญ้าคายังให้ความเย็นได้ดีกว่าการมุงหลังคาจากกระเบื้องและ สังกะสี อายุการใช้งานของหลังคาหญ้าคาใช้ได้นานถึง 3 – 5 ปี แล้วแต่ความหนาของคาที่ใช้ หลายพื้นที่มีการปลูกหญ้าคา มาทำแฝก หรือ ไพหญ้าคา ไว้ขายสร้างรายได้เป็นอย่างดี


โดยที่บ้านนา บ้านเรา หลายครอบครัว เขาจะนำแฝก หรือไพหญ้าคา มาเป็นมุงเพิงพัก มุงเล้าไก่ ห้างนา และอื่นๆอีกมากมาย ประโยชน์ของหญ้าคา นี้มีมากมายจริงๆ ดังพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงให้ประชาชนชาวไทย ได้ปลูกหญ้าคา กันไว้โดยเฉพาะตามแนวคูคลอง หนองน้ำต่างๆ เพื่อเป็นป้องกันตลิ่งน้ำพัง สามารถยึดเหนียวหน้าดิน ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งหากประชาชนท่านใดมีเนื้อที่ ก็ลองปลูกกันได้เพื่อประโยชน์ตามที่ต้องการกันครับ.

