ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 13-15 เมษายน 2555 ตระเวนเฝ้าระวังและเก็บภาพบรรยากาศเล่นน้ำสงกรานต์เมืองสองแควมาตลอด 3 วัน เห็นภาพบรรยากาศการเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ภาพประเพณีรดน้ำ เข้าวัด ทำบุญที่ดีงาม รวมถึงภาพวัยรุ่นหญิงชายเล่นน้ำไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม รวมถึงข่าวเศร้าสลด ทะเลาะ แทง ยิง อุบุติเหตุเสียชีวิต เป็นภาพที่เคยชินของนักข่าวครับ
ผมออกตระเวนทั้ง 3 วัน ประทับใจและต้องแวะเวียนเก็บภาพเสมอคือภาพของจ่าเฉย ที่ยืนตามสี่แยกต่าง ๆ ในเขตอ.เมืองพิษณุโลก รวมถึงจุดที่จ่าเฉยมีคนรู้จักและแวะเข้ามาทักทายมากที่สุดคือวงเวียนสถานีรถไฟ จ่าเฉย..ที่พิษณุโลก เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของคนเล่นน้ำและชาวเมืองสองแคว ผมคิดว่า แต่ละคนคงมีความคิดถึงจ่าเฉยในหลากหลายความคิดครับ…ช่วงสงกรานต์ การปะแป้งจ่าเฉย ยืนถ่ายภาพกับจ่าเฉย เข้ามาทักทายจ่าเฉย บ่งบอกอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นตำรวจที่เป็นมิตรกับประชาชนมากที่สุดครับ..เพราะจ่าเฉยไม่จับ ไม่ปรับ ยืนตะเบ๊ะ ยิ้มอย่างเดียว ผมคิดของผมคนเดียว ก็ดูดีมีสุขดี อย่างน้อยประชาชนก็ได้แสดงออกว่าคิดอย่างไรกับตำรวจ
สงกรานต์พิษณุโลก ตำรวจจริงทำงานหนักมากครับ โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ต้องยกนิ้วให้เป็นจ่าขยันครับ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทั้งสายตรวจและจราจร ผู้คนมหาศาล ตำรวจทำงานกันจากเช้ายันดึกทุกวันไม่หยุดหย่อน และแน่นอน ไม่สามารถลาหยุดได้เหมือนข้าราชการทั่วไป เหนื่อยหน่อยคือปัญหาวัยรุ่นตีกัน ทะเลาะกัน เหตุลักเล็กขโมยน้อย การอำนวยความสะดวกด้านจราจร ลดปัญหาอุบัติเหตุช่วงเทศกาล เหล่านี้คืองานที่จ่าขยันต้องทำอย่างจริงจังไม่หยุดหย่อน และการปฏิบัติหน้าที่ ก็ย่อมสร้างความไม่พึงพอใจกับคนกลุ่มหนึ่งที่ทำผิดกฎ ไม่เหมือนจ่าเฉย ที่ยืนยิ้มอย่างเดียว
ค้นจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี จ่าเฉย เป็นชื่อเรียกหุ่นตำรวจจราจรในกรุงเทพมหานคร ราชอาณาจักรไทย
ที่มาของจ่าเฉยนั้น ใน พ.ศ. 2550 โรงพยาบาลวิภาวดีซึ่งเห็นถึงความลำบากตรากตรำของตำรวจจราจร มีความประสงค์แบ่งเบาภารกิจ ได้ร่วมกับภาคเอกชนต่าง ๆ ลงขันกันจัดสร้างหุ่นจำลองตำรวจจราจรขึ้น เพื่อมอบให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลนำไปประจำไว้ยังจุดต่าง ๆ ตามถนนหนทางในเขตอำนาจของตำรวจนครบาล สำหรับป้องปรามผู้ขับขี่รถไม่ให้กระทำผิด และเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยการจัดสร้างจ่าเฉยหนึ่งตัวเป็นราคาสองหมื่นบาทเศษ[1]
รูปลักษณ์ของจ่าเฉย มีทั้งที่จัดสร้างขึ้นเพียงครึ่งตัว และเต็มตัวเท่าคนจริง แบบเต็มตัวนั้นมีความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ทุกตัวเป็นชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจจราจร โดยมีทั้งที่อยู่ในท่าวันทยหัตถ์อย่างตำรวจ มีใบหน้ายิ้มแย้ม และท่ายืนตรง มีใบหน้าเคร่งขรึม[2]
หลังจากปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงสองปี เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 พลตำรวจ สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนใหม่ แถลงข่าวว่า จากการประชุมกองตำรวจนครบาลเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า ณ ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล 5 ได้สั่งการให้สถานีตำรวจนครบาลทุกแห่งเก็บจ่าเฉยคืนจากจุดที่ตั้งไว้ มิให้ตั้งอีกต่อไป ภายในวันที่ 20 ธันวาคม ปีเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า
“…มีประชาชนเขียนจดหมายมาว่า เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปฏิบัติหน้าที่ และชอบแอบอยู่หลังเสาไฟฟ้า เพราะมีหุ่นตำรวจยืนอยู่แล้ว ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงสั่งการให้นำหุ่นที่มีรูปตำรวจออกให้หมด และอีกอย่างหลังจากมีหุ่นตำรวจมาพักใหญ่ ทำให้ประชาชนเริ่มคุ้นเคยและทำผิดกฎจราจรบ่อย ๆ ทั้งเป็นที่ขบขันกับผู้ที่พบเห็น ซึ่งการจัดเก็บนั้นทราบว่าดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ยืนปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนป้อมตามแยกนั้นให้ลอกฟิล์มดำออกให้หมดเช่นกัน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มักจะแอบหลับและกินเหล้ากันเป็นประจำ[3]
…คงจะไม่ใช่การปลดฟ้าผ่า คงจะเป็นการเอาไปเก็บไว้ชั่วคราวไว้ก่อน จากการที่มีคนเขียนจดหมายเข้ามาว่า จ่าเฉยยืนอยู่ จ่าจริงไม่มา ใหม่ ๆ ก็อาจเป็นไปได้ว่า หุ่นยืนอยู่ คนผ่านไปมาอาจจะตกใจ แต่หลังจากนาน ๆ เข้า คนเริ่มคุ้นว่าจ่าเฉยยืนอยู่ จ่าจริงก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่[4]“
การเรียกเก็บจ่าเฉยในครั้งนั้น ถือเป็นการปลดระวางจ่าเฉย ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น ในชุมชนออนไลน์พันทิป มีการตั้งกระทู้พูดคุยเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและไว้อาลัยให้แก่การถูกปลดของจ่าเฉย[5] และมีผู้เขียนบทความในเว็บบล็อกโอเคเนชั่น ความตอนหนึ่งว่า “งานนี้ ‘จ่าเฉย’ เลยต้องตกเป็น ‘แพะ’ ไปโดยปริยาย เพราะตำรวจจริง ๆ ไม่ยอมทำงาน มัวแต่นั่งตากแอร์ อยู่ในตู้ยาม ‘จ่าเฉย’ ไม่มีแม้แต่จะแก้ตัวอธิบายให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แม้ถูกหามเข้ากรุก็ยังนิ่งเฉยเหมือนเดิม”[6]
อย่างไรก็ตาม ปี 2555 จ่าเฉยก็ออกมาทำหน้าที่อีกครั้งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
สำหรับจังหวัดพิษณุโลก มีการนำหุ่นจ่าเฉยมาตั้งหลายจุด ตามแยกจราจรต่าง ๆ ในเขตสภ.เมืองพิษณุโลก แรก ๆ เห็นก็สะดุ้งเหมือนกัน ต้องรีบคว้าหมวกกันน็อคขึ้นมาใส่ เวลาผ่านไปก็คุ้นเคย จ่าเฉย เปรียบเสมือนญาติสนิท เจอกันทุกวัน ทุกเช้า ยิ่งเทศกาลสงกรานต์ที่ผู้เล่นน้ำยิยมนำแป้งมาปะหน้า ปะตัวจ่าเฉย มันสะท้อนอะไรออกมาบางอย่าง หรือ เพียงแค่อารมณ์สนุกสนานของกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แล้วคุณล่ะครับ คิดกันอย่างไรกับจ่าเฉยบ้าง………………