เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับชาวพิษณุโลกไปแล้ว สำหรับนำเอี้ยง ที่เกาะอยู่ตามสายไฟฟ้าในเขตอ.เมืองพิษณุโลก ที่มีจำนวนมากเหนือคณานับ เดิมมีมากที่สุดบริเวณสายไฟฟ้า วงเวียนหอนาฬิกา และปัจจุบันก็ยังมากอยู่ แต่เริ่มขายถิ่นฐานการเกาะสายไฟออกไปเรื่อย ๆ ที่มากรองลงมาเห็นจะเป็นตามต้นไม้ สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ สายไฟฟ้าบริเวณสี่แยกบ้านคลอง ห้าแยกโคกมะตูม เรียกได้ว่า ที่ไหนมีต้นไม้ใหญ่ มีสายไฟ มีไฟส่องสว่าง นกเอี้ยง ยึดหัวหาดมาขอปักหลักนอนทุกคืน
นกเอี้ยงเหล่านี้ เริ่มมาปักปลักอาศัยเมืองพิษณุโลกเป็นที่หลับนอนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็คงนานพอดู คงกินระยะเวลาหลายสิบปี ในช่วงหัวค่ำแดดร่มลมตก บรรดาฝูงนกเอี้ยงที่หายหัวออกไปหากินในตอนเช้า เริ่มบินกลับมายังรังนอน นั่นคือ สายไฟไฟฟ้า ยิ่งช่วงเวลา 18.00-19.00 น.แล้ว เป็นเวลาที่จอแจมากที่สุด จากนั้นเมื่อเกาะสายไฟกันลงตัว เสียงอึกทึกก็จะเบาบางลง นกเอี้ยงเริ่มหลับนอน มาตื่นอีกครั้งในช่วงเวลา 05.00-06.00 น.ของเช้าวันใหญ่ หมู่นกเอี้ยงจะส่งเสียงดังอีกพักใหญ่ ก่อนแยกย้ายกันบินออกไปหากินต่างอำเภอ
ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า นกเอี้ยงฝูงใหญ่ที่หลับนอนในเขตเมือง ช่วงกลางวันมันบินออกไปหากินที่ไหนบ้าง แต่คาดคะเนได้ว่า มันบินออกไปหากินตามเขตภูเขาแถบอ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพราะทิศทางการบินในตอนเช้า จะบินออกไปทางทิศตะวันออก และตกเย็น ทิศทางฝูงนกเอี้ยงบินกลับมายังรังนอนในเมือง ขบวนมานกเอี้ยงก็มาจากทิศตะวันออกของเมืองพิษณุโลกเช่นกัน
สำหรับชาวพิษณุโลกที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองหรือเขตเทศบาลนครพิษณุโลกนั้น ต่างคุ้นเคยกับนกเอี้ยงนับหมื่นตัวมานานร่วมสิบปีแล้ว ในช่วงกลางคืน ฝูงนกเอี้ยงจะมาอาศัยหลับนอนเกาะตามสายไฟฟ้าและต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด โดยเฉพาะบริเวณหอนาฬิกา สี่แยกกรุงไทย และสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ พอตกเช้า ฝูงนกเอี้ยงก็จะพากันบินไปออกหากินพื้นที่รอบนอก ตกเย็นก็กลับมานอนเช่นเดิม นกเอี้ยงเหล่านี้ เวลาเกาะตามสายไฟหรือต้นไม้ จะส่งเสียงเจี้ยวจ้าวดังสนั่น และถ่ายมูลลงมาข้างล่าง ใส่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่ศรีษะคนเป็นประจำ เคยมีหลายคนพยายามที่จะขับไล่ฝูงนกเอี้ยงให้ไปเกาะที่อื่นด้วยการจุดประทัดไล่ แต่ก็ไม่เป็นผล นกเอี้ยงก็ยังคงเกาะตามที่เดิม ช่วงปี 2546-2547 ที่ไข้หวัดนกเริ่มระบาดใหม่ ๆ เทศบาลฯ ทรัพยากรธรรมชาติและปศุสัตว์ ก็เคยมาจับฝูงนกเอี้ยงบริเวณหอนาฬิกาไปตรวจหาเชื้อไข้หวัดนก ซึ่งครั้งนั้นผลออกมาไม่พบเชื้อไข้หวัดนก
จากการสืบค้นทางระบบอินเตอร์เน็ต ถ้าเฉพาะในจ.พิษณุโลกแล้ว มีหมู่บ้านหนึ่งใน ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชื่อว่าบ้านทุ่งนกเอี้ยง ก็พอประมาณได้ว่า กลางวันนกเอี้ยงเมืองจำนวนมาก คงบินไปหากินละแวกนั้นพอควร และนกเอี้ยงเมืองพิษณุโลกก็เป็นชนิด นกเอี้ยงหงอน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า นกเอี้ยงควาย มีลักษณะขนสีดำ มีขนยาวโผล่ที่หัวซึ่งชาวบ้านเรียกว่าหงอน ชอบหากินอยู่ใกล้ ๆ โค กระบือ ชอบกินเหา แมลง หนอน และสัตว์เล็ก ๆที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ นกเอี้ยงหงอนและนกเอี้ยงสาลิกาจะรวมกลุ่มกันออกหากิน และอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งจะพบเสมอ ๆ ในนาข้าว ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ไร่ข้าวฟ่าง สวนผัก สวนผลไม้ หรือแหล่งที่ปลูกพืชไร่อื่น ๆทั้งแหล่งที่มีศัตรูพืชระบาดหรือไม่ระบาดก็ตาม แต่ถ้าท้องถิ่นไหนมีศัตรูพืชหรือหนอนลงระบาดมากจะพบนกพวกนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรเข้าใจผิดเสมอ ๆ นึกว่ามันลงทำลายพืชของตนhttp://youtu.be/GhiNppTjiPk