
เวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค. 54 ที่บริเวณหน้าสำงานเทศบาลตำบลนครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้มีกลุ่มนักเรียนอนุบาลและนักเรียนประถม โรงเรียนจันทราพระกิตติคุณกว่า 300 คน ได้ถือป้ายประท้วงนายกเทศบาลตำบลนครไทย เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ แมลงวันรบกวนขณะรับประทานอาหารกลางวันเป็นเวลาร่วม 2 ปี เพราะขยะที่เทศบาลน้ำมาทิ้งไว้ห่างจากโรงเรียนประมาณ 500 เมตร

นอกจากกลุ่มเด็กนักเรียนที่มาประท้วงครั้งนี้ ยังพบว่ามีกลุ่มชาวบ้าน ม.2 บ้านเนินสว่าง ต.นครไทย กว่า 200 คน ได้ถือป้ายมาร่วมประท้วงคัดค้านการที่เทศบาลกำลังเตรียมนำขยะไปทิ้งในพื้นที่ต้นน้ำธารในพื้นที่ ม.2 ซึ่งเป็นบริเวณเขาช้างล้วง และเป็นพื้นที่ป่าลำคลอง ทำให้มีการประท้วงสองฝ่าย คือฝ่ายเด็กนักเรียนที่ต้องการให้ย้ายจากที่ทิ้งขยะจากจุดเดิม และฝ่ายชาวบ้านไม่ต้องการให้เทศบาลนำขยะไปทิ้งในพื้นที่ป่าเขาต้นน้ำลำธาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประท้วงครั้งนี้ เนื่องจากก่อนหน้าที่ผ่านหลายปี นายกเทศบาลตำบลนครไทย ได้นำขยะไปทิ้งในพื้นที่ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย โดยได้มีการเจรจากับนายกเทศบาลตำบลเนินเพิ่ม ซึ่งทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องที่ที่ขยะ กระทั่งนายภิชาติ อมรรุ่งรัศมี เข้ามาเป็นนายกเทศบาลตำบลนครไทย เกิดความขัดแย้งและปัญหากันขึ้น ทำให้ทางเทศบาลตำบลเนินเพิ่มสั่งห้ามเทศบาลตำบลนครไทยนำขยะไปทิ้งในพื้นที่ของเทศบาลเนินเพิ่ม

ทางนายกเทศบาลตำบลนครไทย จึงได้ใช้พื้นที่ด้านหลังเทศบาลตำบลนครไทย ห่างจากสำนักงานเทศบาลเพียง 50 เมตร เป็นที่ทิ้งขยะมานานร่วม 2 ปี ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ติดกับวัดป่าวิโมกข์ และห่างจากโรงเรียนจันทราพระกิตติคุณเพียง 500 เมตร ทำให้ได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องกลิ่นและแมลงวัน โดยเฉพาะพระสงฆ์ในวัดได้รับความเดือดร้อนทั้งวันทั้งคืน ส่วนเด็กนักเรียนจะได้รับความเดือดร้อนช่วงเวลาเรียนหนังสือ ที่ต้องทนกลิ่นเหม็นตลอดเวลา และช่วงเวลาทานอาหารแมลงวันรบกวนอีก จึงมีการร้องเรียนไปทางหน่วยงาน และแจ้งให้ทางเทศบาลเร่งแก้ไข แต่ปรากฏว่าล่วงเลยเวลามาเกือบ 2 ปี ยังไม่มีการดำเนินการจัดการขยะแต่อย่างใด จึงได้พากันออกมาเรียกร้องให้ย้ายขยะไปทิ้งที่อื่นนอกชุมชน

สำหรับกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านที่ทิ้งขยะ เพราะหลังจากที่ทางเทศบาลถูกร้องเรียนให้หาที่ทิ้งขยะแห่งใหม่ กระทั่งได้มีการหาพื้นที่แห่งใหม่ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ใน ม.2 บ้านเนินสว่าง จำนวน 90 ไร่ ห่างจากหมู่บ้าน 3 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นของเอกชน เทศบาลจะซื้อ และใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งทิ้งขยะแห่งใหม่ แต่ปรากกว่ามีกลุ่มชาวบ้านออกมาต่อต้านทันที เพราะบริเวณที่จะใช้เป็นที่ที่ขยะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร พื้นที่ป่าจำนวนมาก และที่สำคัญเป็นบริเวณที่ทิ้งขยะอยู่ติดกับเขาช้างล้วง ที่มีประวัติศาสตร์สมัยพ่อขุนบางกลางท่าว เจ้าเมืองบางยาง หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ปกครองเมืองบางยางในสมัยนั้น และมีการจัดงานประเพณีปักธงชัยทุกปี ทำให้ชาวบ้านออกมาต่อต้านคัดค้าน ไม่ให้นำขยะไปทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ พื้นที่แห่งใหม่ที่ทางเทศบาลตำบลนครไทย เตรียมจะใช้เป็นที่ทิ้งขยะ พบว่าที่บริเวณประตูเทศบาลได้นำป้ายมาติดเอาไว้ว่า ทางเทศบาลตำบลนครไทย จะดำเนินการจัดซื้อที่ดิน จำนวน 90 ไร่ 81 ตารางวา จากนางอุบลรัตน์ ทรงพุฒ เพื่อใช้เป็นพื้นที่กำจัดขยะ โดยมีป้ายผ้าของชาวบ้านนำมาติดคัดค้านคู่กันเอาไว้

ส่วนพื้นที่ดังกล่าวอยู่บนเนินสูงมองเห็น ไร่ข้าวโพด ทุ่งนาข้างเขียวขจีอยู่ด้านล่าง มีต้นไม่น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีต้นลำธารที่ไหลผ่านบริเวณพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 2 สาย คือลำคลองห้วยลิงโทน และลำคลองห้วยทราย ซึ่งทั้งสองสายจะไหลไปรวมกันลงสู่แม่น้ำแควน้อย และไหลไปบรรจบแม่น้ำน่านที่บ้านจอมทอง อ.เมืองพิษณุโลก
นายแป๊ด อ่อนจันทร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 ม.9 ต.นครไทย กล่าวว่า ตนมีที่นาอยู่บริเวณพื้นที่ที่เทศบาลจะน้ำขยะไปทิ้งแห่งใหม่ ต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะเวลาฝนตกน้ำจากพื้นที่ทิ้งขยะจะไหลลงสู่นาข้าว ไร่ข่าวโพด และลงห้วยหนองลำคลอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นต้นน้ำที่ไหลไปสู่แม่น้ำแควน้อย ชาวบ้านไม่ต้องการ และที่สำคัญอยู่ติดกับเขาช้างล้วง ซึ่งเป็นภูเขาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์มาช้านาน มองขยะก็เห็นภูเขาช้างล้วง มองเขาช้างล้วงก็เห็นขยะ ไม่เหมาะสม พวกเราจะออกมาต่อต้านทุกวิถีทาง
นายภิชาติ อมรรุ่งรัศมี นายกเทศมนตรีตำบลนครไทยเปิดเผยว่า เทศบาลตำบลนครไทยมีปัญหาจัดการขยะวันละ 10 ตันมาปีกว่าแล้ว เนื่องจากสถานที่ทิ้งขยะดั้งเดิมในเขตตำบลเนินเพิ่ม ทางเทศบาลตำบลเนินเพิ่มไม่ยอมให้ขยะจากเทศบาลนครไทยไปทิ้ง จึงแก้ปัญหาด้วยการนำมาทิ้งชั่วคราวบริเวณด้านหลังที่ทำการเทศบาลตำบลนครไทย ได้ปีกว่าเช่นกัน ยอมรับว่าส่งปัญหากับชุมชนใกล้เคียง แต่ได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยการจัดหาที่ทิ้งขยะระยะยาวด้วยว่าจ้างนักวิชาการมาสำรวจพื้นที่ทิ้งขยะ 3 จุดในเขตต.นครไทย และได้สำรวจเรียบร้อยแล้วเห็นว่าจุดที่เหมาะสมคือที่ ม.2 ต.นครไทย
นายภิชาติ เผยต่อว่า ในระหว่างที่นักวิชาการสำรวจ ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 3 และส่งข้อมูลให้พิจารณา สิ่งแวดล้อมภาค 3 มีหนังสือตอบกลับมาว่าไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และขณะนี้กำลังติดต่อขอซื้อที่ดิน 90 ไร่จากเอกชน โดยแนวคิด เทศบาลนครไทยจะว่าจ้างเอกชน ทำระบบกำจัดขยะแบบเชิงกลชีวภาพ คล้ายการจำกัดขยะของเทศบาลนครพิษณุโลก และเทศบาลตำบลลานกระบือ ที่ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น น้ำเสีย แหล่งน้ำ ได้เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ่าน สมาชิกเทศบาลไปดูงานการจำกัดขยะของทั้งสองแห่งแล้ว และเชื่อว่าไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และอยู่ห่างไกลชุมชน ถ้าทำได้ จะเป็นที่กำจัดขยะถาวรของเทศบาลตำบลนครไทย จะหมุนเวียนใช้พื้นที่ได้ตลอดไป ไม่มีปัญหา ส่วนชาวบ้าน ม.2 ที่ต่อต้านนั้น ขณะนี้พยายามสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการดึงอำเภอ สิ่งแวดล้อม นักวิชาการ มาให้ข้อมูล หากไม่มีปัญหา อนาคตจะใช้งบประมาณปีละ 3 ล้านบาท ในการดำเนินกำจัดขยะของเทศบาลวันละ 10 ตันได้แน่นอน