
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภากร หวาเกตุ หรือ น้องกร อายุ 15 ปี น้ำหนักตัวมากถึง 184 กิโลกรัม อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 4 ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เมื่อ 6 ปี ก่อนหน้านี้ น้ำหนักตัวเพิ่มมากผิดปกติ จากเดิม 90 กิโลกรัม ขยับเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวทั้งที่กินอาหารตามปกติ ช่วงนี้เริ่มเป็นหนุ่ม ทำงานพบกับคนมากขึ้น จากการมาช่วยงานวัดเป็นสัปเหร่อ มัคทายก และเป็นเด็กวัดช่วยเหลือพระ บางครั้งเกิดความน้อยใจถูกคนเรียกว่า ไอ้อ้วน จึงอยากผมลงกว่านี้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไป ไม่อยากอึดอัดเหนื่อยง่ายเวลาเดินทำงาน
นายสุพจน์ หวาเกตุ อายุ 55 ปี บิดา ของเด็กน้ำหนักตัวเกือบ 200 กิโลกรัม เล่าว่า น้องภากร มีน้ำหนักแรกคลอด 4 กิโลกรัม เป็นเด็กที่ค่อนข้างจะตัวใหญ่ แต่ไม่ถึงกับอ้วน ช่วงวัยเด็กรับประทานอาหารตามปกติเหมือนเด็กที่กินจุทั่วไปแต่ก็ไม่ถึงกับมาก ทำให้เป็นเด็กอวบอ้วนน่ารัก จนกระทั่งอายุประมาณ 9 ขวบ น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นเป็น 90 กิโลกรัม และปัจจุบันน้ำหนักเพิ่มขึ้น เป็น 184 กิโลกรัมแล้ว ตอนนี้เป็นห่วงสุขภาพลูกชายกลัวว่าจะอ้วนกว่านี้อีก น้ำหนักเท่านี้เวลาเดินเหินก็ลำบากเหนื่อยง่าย อาหารที่รับประทาน ส่วนใหญ่ เป็นข้าว หรือก๋วยเตี๋ยวมื้อละ 2 ชามเท่านั้น ขนมมีบ้างเล็กน้อย
นายสุพจน์ กล่าวอีกว่า ตนเองต้องให้น้องภากรออกจากโรงเรียนหลังจากที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้เรียนกศน.แทน เนื่องจาก อยากจะพาน้องภากรไปรักษาตัวให้หายจากโรคอ้วน ต้องไปพบแพทย์เป็นประจำ รักษามาหลายปี หมดเงินไปหลายหมื่นบาท น้ำหนักของน้องภากรก็ไม่ลดลงแต่อย่างใด
ด้านน้องภากร กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเองเริ่มอ้วน ก็ถูกผู้คนมองอย่างตลกขบขัน จึงรู้สึกอับอาย พยายามทำตามคำแนะนำของหมอที่ไปรักษาทุกอย่าง แต่น้ำหนักก็ไม่ลดลง จึงอยากขอวอนให้มีผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะแพทย์ที่เคยรักษาเด็กที่มีน้ำหนักมากอย่างตนเองแล้วประสบความสำเร็จมารักษาให้ตนบ้าง เพราะทุกวันนี้รู้สึกอับอาย ที่ต้องถูกคนมองเหมือนตัวตลก อยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ
สำหรับกิจวัตรประจำวันของน้องภากร ปกติจะไปช่วยงานที่วัดย่านขาด ทุกวันพระ และงานประเพณีต่าง ๆ งานบวช งานศพที่จัดที่วัด น้องภากรก็จะช่วยงาน จัดการธุระทางสงฆ์ไม่ขาดตกบกพร่อง จนเป็นที่ยอมรับของพระครูเจ้าคณะตำบล ซึ่งการมาช่วยงาน น้องภากรบอกว่า มาช่วยด้วยใจ ไม่ได้หวังค่าตอบแทนแต่อย่างใด